วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2555

รายงานผลการแข่งขันยูโร อิตาลี 1 - 1 โครเอเชีย




อิตาลี 1 - 1 โครเอเชีย
วันที่ 14/06/2012 เวลา 23:00
สนามแข่งขัน มูนิซิปัล สเตเดี้ยม พอซนาน
ถ่ายทอดสด: ช่อง3

ฟุตบอล ยูโร 2012 รอบแรกนัดที่สองกลุ่มซี
วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน 2555
อิตาลี 1 - 1 โครเอเชีย
สนาม : มูนิซิปัล สเตเดี้ยม พอซนัน ผู้ชม : 37,096 คน

ทีม "อัซซูรี่" อิตาลี ลงทำศึกรอบแรกนัดที่สองของกลุ่มซี โดยพบกับทีม "ตราหมากรุก" โครเอเชีย โดย อิตาลี ยังใช้นักเตะชุดเดียวกับที่พบ สเปน โดยคู่กองหน้ายังไว้ใจส่ง มาริโอ บาโลเตลลี่ จับคู่ล่าตาข่ายกับ อันโตนิโอ คาสซาโน่ ขณะที่ โครเอเชีย ยังมี ลูก้า โมดริช เป็นจอมทัพ ประสานงานร่วมกับ คู่กองหน้าอย่าง นิกิคา เยลาวิช และ มาริโอ มานด์ซูคิช


เริ่มเกมมาเพียง3นาที เป็นฝ่าย อิตาลี ได้ยิงเบิกร่องทักทายก่อน จากจังหวะ มาริโอ บาโลเตลลี่ ได้บอลในกรอบเขตโทษ ก่อนวาดลวดลาย พลิกหลอกกองหลัง โครแอต หนึ่งจังหวะ และจบด้วยการตวัดยิงด้วยซ้ายระยะ12หลา แต่บอลหลุดกรอบออกหลังไป

นาทีที่6 โครเอเชีย มีโอกาสได้ยิงคืนบ้าง จากจังหวะ จักรยานอากาศของ นิกิคา เยลาวิช ด้วยเท้าขวาระยะ12หลา แต่บอลตรงตัว จานลุยจิ บุฟฟ่อน รับเข้าซองสบาย

นาทีที่11 อิตาลี เกือบมีลุ้นได้ประตูอีกครั้ง เมื่อได้จังหวะบุกขึ้นมา โดย อันโตนิโอ คาสซาโน่ ก่อนเปิดมาที่หน้าประตูให้ บาโลเตลลี่ ยิงจังหวะแรก บอลไปติด เวดราน ชอร์ลูก้า มาเข้าทางปืนของ เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ วิ่งมาสับไกยิงเต็มข้อตรงกรอบประตู บอลลอยเฉียดคานออกหลัง ชนิดกองเชียร์โครเอเชียหายใจไม่ทั่วท้อง

5นาทีต่อมา การประสานงานระหว่าง คาสซาโน่ กับ บาโลเตลลี่ ยังเล่นงานแนวรับ โครเอเชีย ได้อย่างต่อเนื่อง โดย คาสซาโน่ เปิดมาที่ตรงกรอบเขตโทษ ให้ มาริโอ บาโลเตลลี่ สับเต็มข้อด้วยเท้าขวา แต่ สติเป้ เปลติโกซ่า ยังทุบทิ้งออกมาได้

นาทีที่20 ทีมตราหมากรุก ได้จังหวะเสียวบ้าง เมื่อ ดาริโย เซอร์น่า เติมเกมขึ้นมาทางฝั่งขวาของสนาม ก่อนเปิดยัดเข้ากลาง ให้ นิกิคา เยลาวิช พุ่งชาร์จ แต่ นิกิคา เยลาวิช บอลจึงเข้ามือ จานลุยจิ บุฟฟ่อน ไป

นาทีที่33 ทีมอัซซูรี่ มีโอกาสเฉียดได้ประตูอีกระลอก เมื่อ อันเดรีย ปิร์โล่ แทงบอลให้ เอมานูเอเล่ จัคเครินี่ ตวัดบอลมาให้ อันโตนิโอ คาสซาโน่ หลุดเข้าไปสับไกยิงด้วยขวาในกรอบเขตโทษ แต่ ปีเตอร์แพน ยังบังคับให้บอลตรงกรอบไม่ได้

4นาทีต่อมา อิตาลี พลาดโอกาสทองได้ประตูเป็นอย่างมาก เมื่อ อันโตนิโอ คาสซาโน่ จ่ายบอลให้ เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ หลุดไปในกรอบเขตโทษ ก่อนล็อคบอลหลบ ดาริโย เซอร์น่า หนึ่งจังหวะ ก่อนซัดด้วยซ้ายไปติด สติเป้ เปลติโกซ่า จังหวะแรก ก่อนตามซ้ำดาบสอง แต่ สติเป้ เปลติโกซ่า ก็ยังตามเซฟช่วยโครเอเชียได้อีก

[ทำประตู] อย่างไรก็ตามในนาทีที่39 สาวกอัซซูรี่ ได้เฮกันลั่น เมื่อได้ฟรีคิกตรงกรอบเขตโทษระยะ25หลา อันเดรีย ปิร์โล่ รับหน้าที่สังหาร ก่อน อันเดรีย ปิร์โล่ จะปั่นบอลโค้งข้ามกำแพง บอลหมุดเสียบเสาแรกไปอย่างสุดสวย สุดปัญญาที่ สติเป้ เปลติโกซ่า จะปัดได้ทัน กลายเป็นประตูให้ อิตาลี ขึ้นนำ 1-0

ช่วงท้ายครึ่งแรก อิตาลี ได้ลุ้นอีกครั้ง จากการเตะมุมของ ปิร์โล่ บอลเข้าหัว คาสซาโน่ แต่บอลโด่งข้ามคานออกไป หมดครึ่งแรก อิตาลี จึงนำ โครเอเชีย อยู่ 1-0

กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาทีที่ 47 ลูก้า โมดริช ได้โอกาสส่องไกลหน้ากรอบเขตโทษแต่ จานลุยจิ บุฟฟ่อน ล้มตัวรับได้สบาย

[ใบเหลือง] นาทีที่ 57 ติอาโก้ มอตต้า รับใบเหลืองหลังไปดึง นิกิคา เยลาวิช ในเขตโทษ ยังดีที่ลูกนี้ทางโครเอเชียยังไม่ได้เริ่มเปิดเตะมุมเข้ามา ไม่งั้นมีสิทธิ์เป็นลูกจุดโทษ

นาทีที่ 61 มาริโอ บาโลเตลลี่ ลองส่องไกลจากนอกเขตโทษด้วยขวา บอลพุ่งเต็มแรงข้ามคานชนิดได้เสียว

[เปลี่ยนตัว] นาทีที่ 63 ทีมอัซซูรี่เปลี่ยนตัวโดยส่ง ริคคาร์โด้ มอนโตลิโว่ ลงสนามมาแทน ติอาโก้ มอตต้า ที่มีใบเหลืองติดตัว

[เปลี่ยนตัว] นาทีที่ 68 ทีมตราหมากรุกเปลี่ยนตัวบ้างโดยส่ง ดานิเยล ปรานยิช ลงสนามมาแทน อิวาน เปริซิช

[เปลี่ยนตัว] นาทีที่ 70 เชซาเร่ ปรันเดลลี่ เทรนเนอร์อิตาลี ตัดสินใจส่ง อันโตนิโอ ดิ นาตาเล่ ลงสนามมาแทน มาริโอ บาโลเตลลี่


[ทำประตู] นาทีที่ 72 อิวาน สตรินิช เปิดบอลเข้าไปที่เสาสอง แนวรับอิตาลีโหม่งบอลกันไม่โดน บอลลอยมาเข้าทาง มาริโอ มานด์ซูคิช จับบอลหนึ่งจังหวะก่อนซัดด้วยขวาบอลพุ่งชนเสาเข้าไปชนิด จานลุยจิ บุฟฟ่อน หมดสิทธิ์ป้องกัน โครเอเชียตีเสมอเป็น 1-1

นาทีที่ 76 ริคคาร์โด้ มอนโตลิโว่ ได้สับไกระยะ 25 หลาบอลพุ่งเข้ากรอบแต่ สติเป้ เปลติโกซ่า ทุบทิ้งออกมาได้

[เปลี่ยนตัว] นาทีที่ 83 โครเอเชีย เปลี่ยนตัวอีกครั้งโดยส่ง เอดูอาร์โด้ ดา ซิลวา ลงสนามมาแทน นิกิคา เยลาวิช ขณะที่ อิตาลี เปลี่ยนตัวคนสุดท้ายส่ง เซบาสเตียน โจวินโก้ ลงมาแทน อันโตนิโอ คาสซาโน่

[ใบเหลือง] นาทีที่ 86 กอร์ดอน ชิลเดลฟิลด์ รับใบเหลืองจากการไปทำฟาวล์ใส่ เซบาสเตียน โจวินโก้

[เปลี่ยนตัว] เข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาทีที่ 3 โครเอเชีย เปลี่ยนเอา มาริโอ มานด์ซูคิช ที่มีอาการบาดเจ็บออก และส่ง นิโก้ ครานชาร์ ลงเล่นแทน

ช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย ทีมตราหมากรุกได้ลุ้นอีกครั้ง อิวาน สตรินิช ได้สับไกด้วยขวานอกกรอบแต่ จานลุยจิ บุฟฟ่อน ล้มตัวรับไว้ได้ และก็เป็นจังหวะสุดท้ายของเกม จบเกมโครเอเชีย เสมอกับ อิตาลี 1-1 แบ่งแต้มกันไป

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

อิตาลี : จานลุยจิ บุฟฟ่อน (กัปตันทีม) - เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, ดานิเอเล่ เด รอสซี่, จอร์โจ้ คิเอลลินี่ - คริสเตียน มาจโจ้, เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ, อันเดรีย ปีร์โล่, ติอาโก้ ม็อตต้า (ริคคาร์โด้ มอนโตลิโว่ น.63), เอมานูเอเล่ จัคเครินี่ - มาริโอ บาโลเตลลี่ (อันโตนิโอ ดิ นาตาเล่ น.69), อันโตนิโอ คาสซาโน่ (เซบาสเตียน โจวินโก้ น.83)
สำรองที่ไม่ได้ใช้ : ซัลวาตอเร่ ซิริกู (ผู้รักษาประตู), มอร์แกน เด ซานช์ติส (ผู้รักษาประตู), อันเจโล อ็อกบอนน่า, เฟเดริโก้ บัลซาเร็ตติ, อินยาซิโอ อบาเต้, อันเดรีย บาร์ซายี่, ฟาบิโอ บอรินี่, อเลสซานโดดร เดียมานติ, อันโตนิโอ โนเชริโน่
ใบเหลือง : ติอาโก้ ม็อตต้า น.57, ริคคาร์โด้ มอนโตลิโว่ น.80

โครเอเชีย : สติเป้ เปลติโกซ่า - ดาริโย เซอร์น่า, เวดราน ชอร์ลูก้า, กอร์ดอน ชิลเดนเฟลด์, อิวาน สตรินิช - อิวาน ราคิติช, อ็อกเยน วูโกเยวิช, ลูก้า โมดริช, อิวาน เปริซิช (ดานิเยล พรันยิช น.68) - นิกิช่า เยลาวิช (เอดูอาร์โด้ ดา ซิลวา น.82), มาริโอ มานชูคิช (นิโก้ ครานชาร์ น.94)
สำรองที่ไม่ได้ใช้ : ดานิเยล ซูบาซิช (ผู้รักษาประตู), อิวาน เคลาว่า (ผู้รักษาประตู), โยซิป ซิมูนิช, ยูริก้า บุลยัต, มิลาน บาเดลจ์, ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้, โทมิสลาฟ ดุยโมวิช, นิโกล่า คาลินิช, โดมากอย วิด้า
ใบเหลือง : กอร์ดอน ชิลเดนเฟลด์ น.86

ผู้ตัดสิน : ฮาวเวิร์ด เว็บบ์ (อังกฤษ)
ผู้ช่วยผู้ตัดสิน : ไมเคิล มัลลาร์คีย์ (อังกฤษ), ปีเตอร์ เคอร์คุป (อังกฤษ)
ผู้ตัดสินที่ 4 : พาเวล คราโลเว็ค (สาธารณรัฐเช็ก)

สถิติหลังเกม


อิตาลี โครเอเชีย
15(5) ยิงทั้งหมด(เข้ากรอบ) 8(4)
14 ฟาวล์ 21
6 เตะมุม 3
2 ล้ำหน้า 1
54% เปอร์เซนต์การครองบอล 46%
2 ใบเหลือง 1
0 ใบแดง 0
3 ช็อตเซฟ 4


แมน ออฟ เดอะ แมตซ์

อันเดรีย ปีร์โล่ (อิตาลี)


ยอดจอมทัพอัซซูรี่ ผู้นี้มีเทคนิคการเล่นสูงส่งและมีวิสัยทัศน์ในการจ่ายบอลอันชาญฉลาด ที่สำคัญคือความนิ่งของเขาไม่ว่าจะโดนผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามรุมเข้าบีบกดดันแค่ไหนแต่ก็เอาตัวรอดได้ตลอด

นอกจากนั้นในเกมนี้ ปีร์โล่ ยังปั่นฟรีคิกเสียบเสาอย่างสุดสวยช่วยให้ อิตาลี ขึ้นนำอยู่นาน แม้ว่าสุดท้ายจะมาโดนตีเสมอแบ่งแต้มในช่วงท้ายเกม แต่ภาพรวมแล้วไม่มีใครเด่นไปกว่า ปีร์โล่ อีกแล้ว

ชอร์ลูก้าชี้โครแอตสมควรเจ๊าเลี่ยน

เวดราน ชอร์ลูก้ากองหลังทีมชาติโครเอเชียยัน เป็นเรื่องเหมาะสมแล้วที่ทีมตาหมากรุกสามารถตีเสมออิตาลีได้ 1-1 พร้อมมั่นใจจะผ่านเข้ารอบแปดทีมได้แน่แม้ต้องบู๊กับสเปนในเกมสุดท้าย

โดยในเกมนี้ ทีมอัซซูรี่นำไปก่อนจากลูกฟรีคิกของอันเดรีย ปีร์โล่ก่อนที่มาริโอ มันด์ซูคิชจะกดให้โครเอเชียแชร์แต้มได้ซึ่งชอร์ลูก้าเอ่ยชมกุนซือสลาเวน บิลิชด้วยว่าแก้เกมในช่วงพักครึ่งได้อย่างถูกต้อง

"เราปรับแท็คติกในครึ่งหลัง เราเล่นได้ดีขึ้น และสมควรได้ประตู" ชอร์ลูก้าเอ่ย

"เราเกือบชนะด้วย แต่ผลเสมอก็แฟร์ดี เราประสบกับความยากลำบากในครึ่งแรกเพราะอิตาลีเป็นทีมที่ดีมาก"
สำหรับเกมสุดท้ายซึ่งต้องดวลกับสเปนนั้น ชอร์ลูก้าได้เอ่ยว่า "สเปนเป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่ง แต่เราเชื่อมั่นในทีมของเรา ผมมั่นใจว่าเราจะผ่านเข้ารอบแปดทีมได้"


บิลิชโอ่บุกหนักจนแชร์แต้มมะกะโรนี


สลาเวน บิลิชนายใหญ่โครเอเชียฟุ้ง ปรับเกมให้นักเตะลุยขึ้นสูงมากขึ้นจนสามารถตีเสมออิตาลีได้สำเร็จ

กุนซือทีมตาหมากรุกได้เผยหลังจบเกมว่าครึ่งแรกเปิดพื้นที่ให้ทีมอัซซูรี่ได้เล่นง่ายเกินไปจนกระทั่งเสียประตู แต่ครึ่งหลังสั่งให้นักเตะเดินหน้าจนแก้เกมได้ผล

"ผมขอแสดงความยินดีกับนักเตะด้วยที่แสดงให้เห็นความมีเลือดนักสู้ในครึ่งหลัง เรามีปัญหากับมาริโอ บาโลเตลลี่และอันโตนิโอ คาสซาโน่ในครึ่งแรกเพราะแผงกลางของเราอยู่ห่างจากทั้งคู่มากไป"

"แต่เราปรับกลยุทธ์ในครึ่งหลัง และเราโหมเดินหน้ามากขึ้น" บิลิชเอ่ย


เผยโครแอตไม่แพ้อิตาลี 6 เกมซ้อน
ภายหลังจบเกมที่ อิตาลี เสมอกับ โครเอเชีย 1-1 ในศึกยูโร 2012 รอบแรก นัดที่สอง ของกลุ่ม ซี. เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา ส่งผลให้ "ทีมตาหมากรุก" โครเอเชีย ยืดสถิติไม่แพ้ให้กับ "อัซซูรี่" ออกไปเป็น 6 นัดติดต่อกันแล้ว และ ไม่เคยปราชัยเลยนับตั้งแต่แยกตัวออกมาจากยูโกสลาเวีย

นับถึงเกมล่าสุดนั้นทั้งสองทีมพบกันมาทั้งหมด 6 ครั้ง โดย โครเอเชีย ชนะไป 3 นัด และ เสมอ 3 นัด

ครั้งแรกเจอกันในศึกยูโร 96 รอบคัดเลือก ลงเอยด้วยการที่ โครเอเชีย ชนะ 2-1 โดยได้ประตูจาก ดาวอร์ ซูเคอร์ นาทีที่ 32 และ นาทีที่ 58 ส่วนอิตาลีได้จาก ดิโน่ บาจโจ้ นาที 90 ในการเล่นที่ปาแลร์โม่ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 1994

ส่วนนัดกระชับมิตรที่เมืองลิเวอร์โน่ เมื่อปี 2006 นั้น โครเอเชีย เอาชนะไปได้อีก 2-0 ได้ประตูจาก เอดูอาร์โด้ ในนาทีที่ 26 และ ลูก้า โมดริช นาทีที่ 42 ซึ่งเกมนั้นเป็นนัดเปิดตัวคุมทีมชาติโครเอเชียครั้งแรกของ สลาเว่น บิลิช และยังเป็นการประเดิมทีมชาติชุดใหญ่นัดแรกของ เวดราน ชอร์ลูก้า ด้วย

ก่อนที่ล่าสุดนี้เจอกันในศึกยูโร 2012 รอบสุดท้ายในกลุ่ม ซี. ลงเอยด้วยการเสมอกัน 1-1 โดย อิตาลี นำก่อนในนาทีที่ 39 แต่ โครเอเชีย ตามทวงคืนได้จาก มาริโอ มานด์ซูคิช ในนาทีที่ 72 ทำให้ทัพอัซซูรี่ ยังชนะทัพตาหมากรุกไม่ได้ต่อไปเป็นนัดที่หกแล้ว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น