วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เผยเสื้อเยือนใหม่ เชลซี งามเรียบหรูสู้ศึกซีซั่นหน้า


อะไรก็ดูดีจริงๆช่วงนี้ สำหรับ เชลซี ทีมแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทีมล่าสุด หลังเปิดเผยเสื้อเยือนชุดใหม่ออกมาสู้ศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลหน้า

โดยการออกแบบชุดแข่งขันเยือนใหม่ของ “สิงห์บลูส์” หนนี้ยังคงเป็น อาดิดาส ผลิตภัณฑ์กีฬาชื่อดังรับหน้าที่ออกแบบ ซึ่งลวดลายของชุดเยือนใหม่นี้เป็นเสื้อพื้นสีขาวและไล่ลายเส้นด้วยสีฟ้าให้ดูสดใส สลับกับลายทแยงพาดผ่านตัวเสื้ออย่างมีสไตล์ ซึ่งจะสวยแค่ไหน ลองไปชมกันเลย

วิเคราะห์บอล ยูโร 2012 สเปน พบกับ ไอร์แลนด์ 12bet 01.45 น. 15/6/12




EURO 2012 นัดที่ 2 - กลุ่ม C
วันที่ 15 มิถุนายน 2555
สเปน พบกับ ไอร์แลนด์
ครั้งแรกในรอบ 10 ปี ใน EURO 2012

ข้อมูลวิเคราะห์
ในแมตช์นี้ ความกดดันหนักหน่วงต้องตกอยู่กับ ไอร์แลนด์ แน่นอน เนื่องจากต้องพบกับทีมที่แกร่งที่สุด เจ้าของถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลก ครั้งล่าสุด โดยแมตช์ EURO 2012 นัดนี้ ทั้งสองทีมไมได้พบกันมานาน นับตั้งแต่ นัดที่พบกันใน ฟุตบอลโลก ปี 2002 โดยเสมอกัน 1-1 ประตู ซึ่งจากสถิติที่โดยมากแล้วสเปนจะเป็นฝ่ายชนะ ทำให้แมตช์นี้เป็นข้อพิสูจน์ว่า ไอร์แลนด์จะมีพัฒนาการฟุตบอลก้าวหน้ามากพอที่จะโค่นเสปนได้หรือไม่ในตลอด 10 ปีที่ผ่านมาที่ไม่ได้ฟาดแข้งกันเลย โดยสถิติทั้งหมดที่เคยพบกัน สเปน ชนะ ไอร์แลนด์ 13 ครั้ง จากทั้งหมด 24 ครั้งที่พบกัน

ไอร์แลนด์จะสามารถต้านสเปนได้หรือไม่ จากพัฒนาการใน 10 ปีที่ผ่านมา จากสถิติ ชนะสเปน แค่ 4 ครั้ง ตอนนี้ไอร์แลนด์จะต้องแสดงศักยภาพว่า สามารถพัฒนาทักษะพอที่จะได้ชัยชนะในแมตช์นี้ เพื่อเพิ่มสถิติให้ตัวเองได้หรือไม่ ใน EURO ปีนี้ แต่การที่ ไอร์แลนด์ สามารถเข้ารอบมาใน EURO ปีนี้ได้ นั่นคือสัญญาณที่ชัดเจนแล้วว่า พวกเค้าพัฒนาขึ้นมากตั้งแต่ แมตช์ในปี 2002 นั่นเอง ทีนี้ต้องลุ้นแล้วว่าสเปนจะสอนบอลให้ ไอร์แลนด์ อย่างที่ผ่านมา หรือ ไอร์แลนด์จะโค่นสเปนได้ใน EURO ปีนี้ ติดตามได้ในฟุตบอลแมตช์นี้?

สถิติการพบกัน

สถิติการพบกันล่าสุด 24 ครั้ง
สเปน ชนะ – 13 ครั้ง
ไอร์แลนด์ ชนะ – 4 ครั้ง
เสมอกัน 7 ครั้ง
สถิติที่พบกันในฟุตบอล EURO ครั้งล่าสุด
ไม่มี

ราคาค่าน้ำล่วงหน้าเกมส์นี้ที่ 12BET
ตรวจสอบราคาต่อรองล่าสุดได้ที่ WWW.12BET.COM
ราคาค่าน้ำต่อรองที่ 12BET

ตรวจสอบราคาต่อรองล่าสุดได้ที่ WWW.12BET.COM
12BET ราคาเดิมพันสด – เปิดราคาเดิมพันเมื่อแมตช์เริ่มแข่งขัน!



ข้อมูลวิเคราะบอลยูโร2012ได้ทุกวัน ที่นี่ 


วิเคราะห์บอล ยูโร 2012 อิตาลี พบกับ โครเอเชีย 12bet 23.00 น. 14/6/12






EURO 2012 นัดที่ 2 - กลุ่ม C
วันที่ 15 มิถุนายน 2555

ข้อมูลวิเคราะห์

อิตาลี ได้มาพบ กับ โคเอเชีย อีกครั้ง ใน EURO 2012 วันที่ 25 มิถุนายน 2555 นับเป็นการพบกัน ครั้งที่ 6 แล้ว นับตั้งแต่ โคเอเชียได้รับเอกราช ในปี 1991 จากสถิติแล้ว อิตาลี ไม่เคยชนะ โครเอเชียเลยสักครั้ง โดย แพ้ 3 ครั้ง เสมอ 2 ครั้ง จาก 5 นัดที่เคยฟาดแข้งกัน นัดล่าสุดที่เจอกัน อิตาลี ก็ถูกย้ำแค้นอย่างเจ็บปวด ในฟุตบอลกระชับมิตร โดยแพ้ไป 0-2 ประตู

ในขณะเดียวกัน โครเอเชีย อาจกดดันตัวเองเพื่อให้ชนะอิตาลีอีกครั้ง เพื่อให้เป็นสถิติไร้พ่ายต่ออิตาลีให้ได้ และ โครเอเชียเองอาจจะเจอกับผู้เล่นสไตล์ใหม่ของ ทีมชาติอิตาลี ใน EURO 2012 นี้ก็ได้ จากตลอด หกปีที่เคยเจอกัน แมตช์นี้ อิตาลีจะสามารถทำให้ โคเอเชียรู้จักความพ่ายแพ้ได้สำเร็จ หรือ โครเอเชีย จะทำให้อิตาลี รู้ว่า บอลอิตาลีนั้นยังต้องย่ำอยู่กับความพ่ายแพ้เหมือนเดิม ศึกระหว่างสองทีมเตรียมมันส์กันได้ในแมตช์นี้ ?
สถิติการพบกัน

สถิติการพบกันล่าสุด 5 ครั้ง
อิตาลี ชนะ – 0 ครั้ง
โครเอเชีย ชนะ – 3 ครั้ง
เสมอกัน 2 ครั้ง
สถิติที่พบกันในฟุตบอล EURO ครั้งล่าสุด
ไม่มี
ราคาค่าน้ำล่วงหน้าเกมส์นี้ที่ 12BET

ตรวจสอบราคาต่อรองล่าสุดได้ที่ WWW.12BET.COM
ราคาค่าน้ำต่อรองที่ 12BET

ตรวจสอบราคาต่อรองล่าสุดได้ที่ WWW.12BET.COM
12BET ราคาเดิมพันสด – เปิดราคาเดิมพันเมื่อแมตช์เริ่มแข่งขัน!

ข้อมูลวิเคราะบอลยูโร2012ได้ทุกวัน ที่นี่ 

มาเรียดีใจสุดขีดได้ถือธงรัสเซียนำทัพโอลิมปิก



ปลื้มแล้วปลื้มอีก! มาเรีย ชาราโปว่า เจ้าของแชมป์ 4 แกรนด์สแลม หมาดๆ ประกาศความดีใจให้โลกรับรู้ผ่าน "เฟซบุ๊ค" ของตัวเอง หลังได้รับข่าวดี เมื่อบ้านเกิดมอบหมายให้ทำหน้าที่ถือธงชาติรัสเซีย นำทัพนักกีฬาเพื่อนร่วมชาติ ในพิธีเปิด "ลอนดอนเกมส์ 2012" บอกอึดอัดแทบแย่ กว่าจะบอกเล่าเก้าสิบข่าวนี้ออกมาได้ เหตุต้องปิดเป็นความลับมานานกว่าครึ่งเดือนเลยทีเดียว


         มาเรีย ชาราโปว่า นักเทนนิสสาวมือ 1 ของโลก ชาวรัสเซีย มีเรื่องให้ปลื้มใจอย่างต่อเนื่อง เมื่อกำลังจะได้รับหน้าที่เป็นผู้อัญเชิญธงชาติรัสเซีย นำขบวนทัพนักกีฬา "หมีขาว" เดินพาเหรดเข้าสู่สนาม ในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2012 ในวันศุกร์ที่ 27 ก.ค.นี้ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ หลังจากที่เพิ่งฉลองแชมป์เฟร้นช์ โอเพ่น สมัยแรกของตัวเองมาหมาดๆ เมื่อวันเสาร์ที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา

         นางฟ้าแห่งวงการลูกสักหลาดโลกวัย 25 ปี เผยความในใจผ่านหน้าเว็บไซต์ เฟซบุ๊ค เครือข่ายสังคมออนไลน์ของตนเอง ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 7.4 ล้านคนทั่วโลก เมื่อวันพุธที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า "ในที่สุดฉันก็สามารถแบ่งปันข่าวที่น่าตื่นเต้นให้กับพวกคุณได้เสียที! หลังจากจบรอบ 3 เฟร้นช์ โอเพ่น ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับได้รับทราบข่าวที่น่าจดจำข่าวนี้"

         "คณะกรรมการโอลิมปิกรัสเซีย เลือกให้ฉันเป็นผู้ถือธงชาติในพิธีเปิดโอลิมปิกปีนี้ ฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากๆ และตื่นเต้นเป็นพิเศษ เพราะมันกำลังจะเป็น โอลิมปิก ครั้งแรกในอาชีพการเล่นเทนนิสของฉันนั่นเอง ฉันต้องอุบเงียบเรื่องนี้มานานกว่า 2 สัปดาห์เลยทีเดียว แถมการเก็บความลับก็ไม่ใช่เรื่องถนัดของฉันซะด้วยสิคะ!" ชาราโปว่า ที่โพสต์รูปตัวเองกำลังกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ อยู่ที่หน้าพระราชวังเครมลิน ประกอบข้อความ ทิ้งท้าย

         ทั้งนี้ ชาราโปว่า เพิ่งจะสร้างประวัติศาสตร์ กลายเป็นนักหวดลูกสักหลาดหญิงรายที่ 10 ที่สามารถคว้าแชมป์แกรนด์สแลม ได้ครบหมดทั้ง 4 รายการ หลังจากคว้าแชมป์แกรนด์สแลม บนคอร์ตดิน มาครองได้สำเร็จ ด้วยการเอาชนะ ซาร่า แอร์รานี่ คู่แข่งจากอิตาลี 2-0 เซต 6-3, 6-2 ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

สื่อแฉจ่าแฮร์รี่ลาไก่วันพฤหัสบดีนี้




สื่อผู้ดีปูดข่าว แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ กุนซือจอมเก๋า เตรียมลาออกจากตำแหน่งนายใหญ่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ วันพฤหัสบดีนี้ หลังการเจรจาเรื่องสัญญาฉบับใหม่ล้มเหลวไม่เป็นท่า แถม สเปอร์ส ทำใจแล้ว และเตรียมควักกระเป๋าจ่ายเงินค่าชดเชยให้กับนายใหญ่ตาปรือด้วย

         "สกายสปอร์ตส์" สื่อดังประเทศอังกฤษ ตีข่าว แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ ผู้จัดการทีมมากประสบการณ์ เตรียมที่จะโบกมือลา "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรดังในศึกพรีเมียร์ลีก วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายนนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) หลังจากร่วมหัวจมท้ายในถิ่น ไวท์ ฮาร์ท เลน มานานเกือบ 4 ปี

         ช่วงที่ผ่านมา มีการคาดเดาอนาคตของ เร้ดแน็ปป์ ซีเนียร์ มาตลอด นับตั้งแต่ที่จบฤดูกาล 2011-12 โดยมีรายงานว่า ความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายเริ่มตึงเครียดตลอดช่วงการเจรจาสัญญาฉบับใหม่ ซึ่งสัญญาฉบับเดิมของ กุนซือวัย 65 ปี จะหมดลงในช่วงซัมเมอร์หน้า และก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ต้องการข้อเสนอระยะยาวจากต้นสังกัด

         ก่อนหน้านี้ "จ่าแฮร์รี่" เผยว่า ตนไม่เคยมีปัญหากับ ดาเนี่ยล เลวี่ ประธานสโมสร สเปอร์ส และยังปฏิเสธข่าวลือช่วงต้นสัปดาห์นี้ว่า ต้องการที่จะลาออกจากตำแหน่งด้วย กระนั้น แม้กุนซือลูกชายหล่ออยากที่จะอยู่กับ "ไก่เดือยทอง" ต่อไป แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ สเปอร์ส ตัดสินใจที่จะแยกทางกับอดีตนายใหญ่ พอร์ทสมัธ หลังจากที่มีการเจรจากันระหว่าง เลวี่ และ เร้ดแน็ปป์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

         ทั้งนี้น่าจะเป็นไปได้ว่า การเจรจาดังกล่าวคงเป็นเรื่องของการจ่ายเงินค่าชดเชย และ เร้ดแน็ปป์ คงจะออกมาประกาศลาออกจากสโมสรอย่างเป็นทางการ ในวันพฤหัสบดีนี้อย่างแน่นอน

'โรนัลโด' รับสุดกริ้ว ตัวเองทำหมูหกชวดฝังโคนม




"คริสเตียโน โรนัลโด" ยอมรับโมโหตัวเองสุดๆ หลังพลาดสองโอกาสทองในเกมกับเดนมาร์ก ก่อนที่ทีมชาติโปรตุเกสจะยังเป็นฝ่ายเฉือนเอาชนะไปได้ในท้ายที่สุด 3-2…


สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานวันที่ 13 มิ.ย. ว่า คริสเตียโน โรนัลโด ปีกซุปเปอร์สตาร์ทีมชาติโปรตุเกส ให้สัมภาษณ์ยอมรับโมโหกับฟอร์มการเล่นของตัวเอง หลังพลาดสองโอกาสหลุดเดี่ยวในเกมนัดที่ 2 ของศึกยูโร 2012 กลุ่มบี ที่เฉือนเอาชนะเดนมาร์กหวุดหวิด 3-2 จากประตูชัยของ ซิลเวสตรี วาเลรา ซุปเปอร์ซับในช่วงท้ายเกม นาที 87 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา แต่ยืนยันสิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ทีมสามารถคว้าสามแต้ม และยังรักษาโอกาสเข้ารอบเอาไว้ได้ต่อไป


"ใช่ ผมยอมรับว่า ผมโกรธตัวเองเหมือนกันที่พลาดโอกาสพวกนั้น ผมน่าจะทำได้ดีกว่า แต่สิ่งสำคัญคือการที่เรายังรักษาโอกาสเข้ารอบไว้ได้ และตอนนี้เราต้องชนะในเกมต่อไป"

"ตอนที่นำ 2-0 เราคิดว่าเราน่าจะกำชัยชนะเอาไว้ในมือได้แล้ว และเรามีโอกาสยิงลูกที่สามเพื่อปิดเกม แต่เรากลับทำไม่ได้ ขณะที่ช่วงท้าย เราเจองานที่ยากลำบากเช่นกัน แต่อย่างน้อยวันนี้เราก็มีโชคที่เราไม่มีในเกมกับเยอรมนี และเราเอาชนะไปได้สำเร็จ" โรนัลโด กล่าว

แฟนเป็นเหตุ! 'ยูฟ่า'คาดทัณฑ์บน'หมีขาว'ปรับ 6 แต้ม


"ยูฟ่า" สั่งปรับสมาพันธ์ฟุตบอลรัสเซีย เป็นเงิน 120,000 ยูโร พร้อมคาดทัณฑ์บน 3 ปีครึ่ง ด้วยการปรับ 6 แต้ม ในรอบคัดเลือกยูโรครั้งหน้า หลังแฟนบอล "หมีขาว" ก่อเรื่องป่วนการแข่งขันยูโร 2012 ในเกมที่เอาชนะ สาธารณรัฐเช็ก 4-1...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. สมาคมฟุตบอลยุโรป "ยูฟ่า" สั่งปรับสมาพันธ์ฟุตบอลรัสเซีย เป็นเงิน 120,000 ยูโร (ราว 4.8 ล้านบาท) พร้อมคาดทัณฑ์บน 3 ปีครึ่งด้วยการปรับ 6 แต้ม ในรอบคัดเลือกยูโร 2016 หลังแฟนบอล "หมีขาว" ก่อเรื่องป่วนการแข่งขันยูโร 2012 หลายครั้ง โดยเฉพาะในเกมที่เอาชนะสาธารณรัฐเช็ก 4-1

ในการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มยูโร 2012 กลุ่มเอ นัดแรก เหล่าแฟนบอลรัสเซียป่วนเกมการแข่งขันด้วยการโยนพลุไฟและป้ายลงสนาม อีกทั้งยังมีเหตุการณ์ฉาวหลังเกมที่มีคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นว่ามีแฟนบอลรัสเซียกลุ่มหนึ่งได้รุมทำร้ายเจ้าหน้าที่สนามจนถึงขั้นต้องนำส่งโรงพยาบาล ซึ่งเรื่องดังกล่าวกำลังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนของยูฟ่า และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แถลงการณ์จากยูฟ่า ระบุว่า “ทางยูฟ่าได้มีการตัดสินแล้วว่าจะวางทัณฑ์บนเป็นการปรับ 6 คะแนนของสหพันธ์ฟุตบอลรัสเซียในรอบคัดเลือกของการแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปครั้งหน้า"

"นอกจากนั้นทางสหพันธ์ฟุตบอลรัสเซียจะต้องโดนปรับเงินเป็นจำนวน 120,000 ยูโร ซึ่งโทษเหล่านี้มาจากพฤติกรรมไม่เหมาะสมของแฟนบอลที่ก่อความวุ่นวายและยิงพลุไฟ รวมถึงการกระทำทั้งหมดในเกมนัดเปิดสนาม"

ในขณะที่ทาง วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีของรัสเซียได้ออกมากล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยตัวของเขาเชื่อว่าเรื่องนี้ทางเจ้าภาพร่วมประเทศโปแลนด์ควรจะแสดงความรับผิดชอบมากที่สุด

ดมิตริ เปสคอฟ โฆษกของปูติน กล่าวว่า "ทางท่านประธานาธิบดีเองได้เน้นไปที่การจัดการของประเทศที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ระดับชาติครั้งนี้ ซึ่งควรจะแสดงตัวออกมารับผิดชอบอย่างเต็มที่ในความปลอดภัยของแฟนบอลจากประเทศต่างๆ บนอาณาเขตของตัวเอง"

ฟานมาร์ไวค์รับดัตช์เล่นแย่พ่ายอินทรีเหล็ก




เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ เทรนเนอร์ทีมชาติฮอลแลนด์ ยอมรับว่า ทัพนักเตะ "อัศวินสีส้ม" ของตนเล่นได้ไม่ดีพอ ในเกมที่แพ้ เยอรมนี 1-2 ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป "ยูโร 2012" รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี นัด 2 ณ สังเวียนแข้ง เมตาลิสต์ สเตเดี้ยม เมืองคาร์คิฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันพุธที่ 13 มิ..ที่ผ่านมา


เกมนี้ ฮอลแลนด์ เปิดฉากได้น่ากลัวกว่า แต่กลับกลายเป็น เยอรมนี ที่ขึ้นนำรวดเดียว 2 ลูก จากการเบิ้ลของ มาริโอ โกเมซ นาทีที่ 24 และ 38 อย่างไรก็ตาม ช่วงกลางครึ่งหลังในนาทีที่ 73 ฮอลแลนด์ ไล่ขึ้นมาเป็น 1-2 จากการยิงสุดสวยของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ แต่ก็ทำได้แค่นั้น จบเกมแพ้ "อินทรีเหล็ก" ด้วยสกอร์ดังกล่าว ทำให้ยังรั้งบ๊วยของกลุ่ม บี ต่อไป โดยยังไม่มีแม้แต่คะแนนเดียว


"เราแพ้ให้กับทีมที่ดีมากๆ ถ้าคุณต้องการเอาชนะทีมอย่าง เยอรมนี ทีมคุณจำเป็นต้องเล่นให้ดีสุดๆ เลย ทั้งในการเล่นเป็นทีม และรายบุคคล ซึ่งเราทำไม่ได้ในวันนี้ เพราะนักเตะของเราหลายคนไม่ได้อยู่ในสภาพที่ฟิตเต็มร้อย ช่วงต้นเกมถือว่าโอเคเลย แต่หลังจากนั้นเกมรับของเราดันพลาด" ฟาน มาร์ไวค์ ระบุ


ด้าน มาร์ค ฟาน บอมเมล กองกลางกัปตันทีม มองไม่ต่างกับเจ้านาย เพราะเชื่อว่า ฮอลแลนด์ เล่นได้ไม่ดีพอเลยแพ้ในเกมนี้ "เราคาดหวังที่จะเห็นเกมที่แตกต่างออกไป แต่สิ่งที่เราทำในวันนี้ มันแสดงให้เห็นแล้วว่า เราไม่ดีพอ"
อย่างไรก็ตาม ฮอลแลนด์ ยังพอมีโอกาสเล็กๆ ที่จะพลิกสถานการณ์ผ่านเข้าสู่


รอบก่อนรองชนะเลิศ แต่ในเกมสุดท้าย รอบแบ่งกลุ่ม ที่จะพบกับ โปรตุเกส วันอาทิตย์ที่ 17 มิ..นี้ พวกเขาจำเป็นต้องคว้าชัยชนะให้ได้ 2 ลูกเป็นอย่างต่ำ และขณะเดียวกันต้องลุ้นให้ เยอรมนี เอาชนะ เดนมาร์ก ด้วย ซึ่ง ฟาน มาร์ไวค์ ก็กระตุ้นลูกทีมให้มุ่งมั่นเข้าไว้ เพื่อตอบแทนแฟนๆ ที่เดินทางมาให้กำลังใจหลายพันคน


"เรายังคงมีโอกาสเข้ารอบ เราต้องมีความเชื่อมั่น แฟนๆ ของเราหลายพันคนเดินทางมาที่นี่ เพราะฉะนั้นเราต้องทำผลงานให้ดีเพื่อพวกเขา เราต้องเอาชนะ โปรตุเกส ให้ได้ เพื่อมีโอกาสผ่านเข้ารอบ" กุนซือจอมเก๋าวัย 60 กะรัต ระบุ

EURO 2012! ผล Germany 2-1 Netherlands! แมตช์ต่อไป Italy vs Croatia เวลา 23.00 (เวลาไทย) 14 มิถุนานี้!
ฝากขั้นต่ำเพียง 250 บาท เดิมพันเพิ่มยอดโบนัสคืนเงินมากขึ้นวันนี้!



ผลการแข่งขันยูโร เดนมาร์ก 2 - 3 โปรตุเกส




ฟุตบอล ยูโร 2012 รอบแรก กลุ่มบี นัดที่สอง
วันพุธที่ 13 มิถุนายน 2555
เดนมาร์ก  2    -    3  โปรตุเกส


สนาม: อารีน่า ลวีฟ, ลวีฟ


        "โคนม" เดนมาร์ก ลงทำศึก รอบแรก กลุ่มบี นัดที่สอง กับ "ฝอยทอง" โปรตุเกส โดย ทีมโคนม ยังใช้ทีมผู้เล่นชุดเดียวกับที่ปราบ ฮอลแลนด์ มาเป็นตัวหลัก โดยกองหน้าตัวเป้ายังใช้งาน นิคลาส เบนท์เนอร์ ล่าตาข่าย ส่วนทีมเยือน โปรตุเกส ไม่มีทางเลือกนอกจากชนะ หากหวังเข้ารอบ โดยเกมนี้ยังใช้สามประสาน นานี่,คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ เอลแดร์ ปอสติก้า เป็นหน่วยทะลวงฟัน

      เริ่มเกมมาเพียง4นาที เป็นฝ่ายทีมโคนม มีโอกาสได้ลุ้นประตูก่อน เมื่อ คริสเตียน เอริคเซ่น ได้บอลในกรอบเขตโทษ ก่อนพลิกยิงด้วยเท้าซ้ายเต็มข้อ แต่ เปเป้ มาสไลด์บล็อคลูกยิงได้อย่างหวุดหวิด

     นาทีที่12 โปรตุเกส เริ่มตั้งแต่เกมบุกได้มากขึ้น และมีโอกาสกดดัน เดนมาร์ก จากลูกเปิดจากริมเส้นฝั่งขวาของ นานี่ แต่ ลาร์ส ยาค็อบเซ่น ยังสกัดทิ้งไว้ได้ทัน

      [เปลี่ยนตัว] นาทีที่16 ทีมโคนม ต้องเปลี่ยนตัวอย่างรวดเร็ว เมื่อ นิกิ ซิมลิงก์ มีอาการบาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ต้องส่ง ยาค็อบ โพลเซ่น ลงสนามแทน

     2นาที โปรตุเกส ได้โอกาสซัดเหน่งๆอีกครั้ง เมื่อ ราอูล เมยเรเลส ซัดไปติด ซิมอน เคียร์ ในจังหวะแรก ก่อนบอลกระเด้งมาเข้าทางปืนของ โรนัลโด้ แต่ โรนัลโด้ กลับยิงบดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

     นาทีที่21 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มีโอกาสได้ยิงฟรีคิก ริมสนามฝั่งซ้าย แต่ยิงข้ามคานออกหลังไปแบบไม่มีลุ้นอะไรมากนัก

     3นาทีต่อมา ทีมฝอยทองมีโอกาสใกล้เคียงกับการได้ประตู เมื่อได้ฟรีคิกริมสนามฝั่งซ้าย ก่อน มิเกล เวโลโซ่ เปิดยาวมาที่หน้าประตูให้ เอลแดร์ ปอสติก้า  เข้าชาร์จแต่บอลไม่เข้ากรอบ

      [ทำประตู] อย่างไรก็ตาม นาทีที่24 แฟนๆโปรตุเกส ได้เฮกันลั่น เมื่อได้ลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย เจา มูตินโญ่ โยนยาวมาที่เสาแรก ให้ เปเป้ พุ่งโฉบโหม่งเต็มหัว บอลพุ่งตุงตาข่าย สุดปัญญาที่ สเตฟาน อันเดอร์เซ่น จะควักออกมาได้ทัน ทีมฝอยทอง นำ 1-0

      [ใบเหลือง] นาทีที่28 เป็นฝ่าย โปรตุเกส ที่ได้รับใบเหลืองไปก่อน เมื่อ ราอูล เมยเรเลส ไปเจตนาใช้มือปัดลูกวางยาวของ เดนมาร์ก ทำให้ผู้ตัดสินต้องแจกเหลืองลงโทษ

     นาทีที่34 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เริ่มวาดรวดลายได้มากขึ้น และในจังหวะลากมายิงได้ถูกทำฟาวส์นอกกรอบ ก่อน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะลุกขึ้นมาสังหารเอง แต่บอลแฉลบบล็อคกำแพงของ เดนมาร์ก ออกหลังไปอย่างมีลุ้น

      [ทำประตู] แต่แล้วในนาทีที่ 36 โปรตุเกส ก็ได้เริงร่าอีกครั้ง เมื่อ นานี่ ได้บอลทางริมกรอบเขตโทษทางขวา ก่อนไหลบอลไปที่เสาแรกให้ เอลแดร์ ปอสติก้า วิ่งมาโฉบยิงด้วยขวา ส่งบอลตุงตาข่ายอย่างงดงาม ให้ โปรตุเกส ขึ้นนำ 2-0

      [ทำประตู] นาทีที่42 เป็นฝ่าย เดนมาร์ก ได้กรี๊ดคืนบ้าง เมื่อ ลาร์ส ยาค็อบเซ่น วางบอลไปในกรอบเขตโทษทางเสาสองให้ ไมเคิ่ล ครอห์น-เดห์ลี โหม่งตั้งคืนกลับมาเสาแรกให้ นิคลาส เบนท์เนอร์ โหม่งชาร์จระยะเผาขนโล่งๆให้ ทีมโคนม ไล่ตีตื้นมา 1-2

     ช่วงท้ายครึ่งแรก ทั้งสองทีมพยายามเปิดเกมแลกใส่กัน แต่ไม่มีฝ่ายใด สามารถเจาะตาข่ายกันได้ หมดครึ่งแรก โปรตุเกส จึงนำ เดนมาร์ก อยู่ 2-1

      กลับมาลุ้นกันต่อในช่วง 45 นาทีหลัง เดนมาร์ก เป็นฝ่ายทำเกมบุกเข้าใส่ ส่วน โปรตุเกส รอรับแล้วหาโอกาสสวนกลับ

      นาทีที่ 50 โปรตุเกสพลาดได้ประตูอย่างน่าเสียดาย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปดวลเดี่ยวกับ สเตฟาน อันเดอร์เซ่น แต่ยิงไม่ดีพอ สเตฟาน อันเดอร์เซ่น ปัดทิ้งออกมาได้

      [ใบเหลือง]  นาทีที่ 56 ยาค็อบ โพลเซ่น รับใบเหลืองหลังไปพุ่งอัด หลุยส์ นานี่ อย่างแรง จากลูกฟรีคิก มิเกล เวโลโซ่ กึ่งยิงกึ่งผ่านเข้าไปหน้ากรอบเขตโทษ บอลกำลังจะมุดใต้คานแต่ สเตฟาน อันเดอร์เซ่น ชกออกมาได้

      [เปลี่ยนตัว]  นาทีที่ 60 ทีมโคนม ต้องเปลี่ยนเอา เดนนิส รอมเมดาห์ล ที่มีอาการบาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหวออก และส่ง โทเบียส มิคเคลเซ่น ลงมาแทน

      นาทีที่ 62 วิลเลี่ยม ควิสต์ ได้โอกาสส่องไกลจากนอกกรอบ บอลพุ่งเฉี่ยวเสาออกไปชนิดได้ลุ้น

      [เปลี่ยนตัว]  นาทีที่ 64 โปรตุเกส เปลี่ยนตัวบ้างโดยถอด เอลแดร์ ปอสติก้า ผู้ทำประตูออก และส่ง เนลสัน โอลิเวยร่า กองหน้าดาวรุ่งลงสนามแทน

      นาทีที่ 72 นิคลาส เบนท์เนอร์ เลี้ยงหลบกองหลัง ก่อนยิงด้วยซ้ายบนเส้นเขตโทษบอลพุ่งถากเสาออกไป

      นาทีที่ 78 ทีมฝอยทองพลาดได้ประตูแบบเหลือเชื่อ หลุยส์ นานี่ จ่ายบอลทะลุแนวรับให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลกับผู้รักษาประตูอีกครั้ง แต่คราวนี้ ดาวยิงจากราชันชุดขาว กลับยิงออกหน้าตาเฉย

      [ทำประตู]  นาทีที่ 80 กองเชียร์โคนมได้เฮลั่น ลาร์ส ยาค็อบเซ่น บรรจงเปิดบอลจากฝั่งขวาเข้าไปที่เสาสอง นิคลาส เบนท์เนอร์ ขึ้นโขกเต็มๆ รุย ปาตริซิโอ พุ่งปัดได้ปลายมือ แต่บอลชนเสาเข้าประตูไป เดนมาร์ก ตามตีเสมอเป็น 2-2

      [ใบเหลือง]  นาทีที่ 81 ลาร์ส ยาค็อบเซ่น รับใบเหลือง จากการไปพุ่งเสียบ  คริสเตียโน่ โรนัลโด้

      [เปลี่ยนตัว]  นาทีที่ 85 เปาโล เบนโต้ กุนซือโปรตุเกส ตัดสินใจส่ง ซิลเวสเตร วาเลร่า ลงมาแทน ราอูล เมยเรเลส

      [ทำประตู]  นาทีที่ 87 ฟาบิโอ โกเอนเตรา เปิดบอลเข้าไปหน้าประตู ซิลเวสเตร วาเลร่า ยิงด้วยซ้ายจังหวะแรกพลาด แต่กลับมาเอี้ยวตัวยิงด้วยขวาจังหวะสองบอลพุ่งเต็มแรงเสียบเสาให้โปรตุเกส ขึ้นนำอีกครั้ง 3-2

      [เปลี่ยนตัว]  นาทีที่ 89 หลังได้ประตู ทีมฝอยทองหันมาเน้นเกมรับโดยเอา หลุยส์ นานี่  ออก และส่ง โรลันโด้ ฟอนเซก้า ลงมาแทน

      [เปลี่ยนตัว]  นาทีที่ 90 เดนมาร์ก เปลี่ยนเอา ไมเคิ่ล โครห์น-เดห์ลี ออกและให้ ลาสส์ โชน ลงสนามมาแทน

      [ใบเหลือง]  ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็รับใบเหลืองหลังไปเจตนาตัดเกม วิลเลี่ยม ควิสต์ ที่กำลังจะลากบอลโต้กลับเร็ว

      หมดเวลาการแข่งขัน โปรตุเกส เป็นฝ่ายเอาชนะ เดนมาร์ก ไปได้ 3-2 เก็บสามแต้มสุดสำคัญเอาไว้ได้ โดยเกมสุดท้ายซึ่งจะเตะพร้อมกัน ทั้งสองทีมต้องไปลุ้นเข้ารอบต่อไป

        รายชื่อนักเตะของทั้งสองทีม
        เดนมาร์ก : สเตฟาน อันเดอร์เซ่น, ลาร์ส ยาค็อบเซ่น, ซิม่อน เคียร์, แดเนียล แอ็กเกอร์, ซิม่อน โพลเซ่น, วิลเลียม ควิสท์, นิคกี้ ซิมลิ่ง (ยาค็อบ โพลเซ่น น.16), เดนนิส รอมเมดาห์ล (โทเบียส มิคเคลเซ่น น.60), คริสเตียน เอริคเซ่น, ไมเคิ่ล โครห์น-เดห์ลี (ลาสส์ โชน น.90), นิคลาส เบนด์ทเนอร์
        สำรองไม่ได้ใช้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล, อันเดอร์ส ลินเดการ์ด, แดเนี่ยล วาสส์, คริสเตียน โพลเซ่น, โธมัส คาห์เลนเบิร์ก, มิชาเอล ซิลเบอร์เบาเออร์, อันเดรียส บีเยลลันด์, โยเรส โอโคเร่, นิคลาส พีเดอร์เซ่น
        โปรตุเกส : รุย ปาตริซิโอ, เจา เปเรยร่า, บรูโน่ อัลเวส, เปเป้, ฟาบิโอ โกเอนเตรา, ราอูล เมยเรเลส (ซิลเวสเตร เวเรล่า น.84), มิเกล เวโลโซ่, เจา มูตินโญ่, นานี่ (โรลันโด้ น.89), คริสเตียโน่ โรนัลโด้, เอลแดร์ ปอสติก้า (เนลสัน โอลิเวยร่า น.64)
        สำรองไม่ได้ใช้ : เอดูอาร์โด้, เบโต้, ริคาร์โด้ คอสต้า, มิเกล โลเปส, คุสโตดิโอ, ริคาร์โด้ กวาเรสม่า, รูเบน มิคาเอล, อูโก้ วิอาน่า, อูโก้ อัลเมยด้า
        ผู้ตัดสิน : เคร็ก ธอมสัน (สกอตแลนด์)


แมน ออฟ เดอะ แมตซ์: นิคลาส เบนท์เนอร์ (เดนมาร์ก)
        หัวหอกร่างใหญ่ของแดนโคนมรายนี้ สร้างความอันตรายให้กับแผงหลังของโปรตุเกสอยู่ตลอดทั้งเกม และสองประตูจากเกมนี้ช่วยพิสูจน์ความเป็นเจ้าเวหาของเขาได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังเป็นการตอกย้ำอีกครั้งว่าเวลาเจอกับโปรตุเกส แล้ว เบนท์เนอร์ ทำประตูได้ตลอด เมื่อบวกกับสองประตูที่ทำได้นัดนี้ ทำให้เขาสอยตาข่ายทีมฝอยทองไปแล้วถึง 5 ประตู จากการเจอกัน 4 นัดหลัง แม้จะอยู่ในทีมที่พ่าย แต่ความโดดเด่นของเขาในเกมนี้ทำให้ไม่ลังเลเลยที่จะเลือกเขาเป็นแมน ออฟ เดอะ แมตซ์


                                                                                   สถิติหลังเกม
                                                       เดนมาร์ก                                                 โปรตุเกส
                                                         10(4)              ยิงทั้งหมด (เข้ากรอบ)   15(6)
                                                         18                             ฟาวล์                        16
                                                         7                              เตะมุม                         6
                                                         2                             ล้ำหน้า                         0
                                                         60%          เปอร์เซนต์การครองบอล   40%
                                                          2                            ใบเหลือง                      2
                                                          0                            ใบแดง                          0
                                                          3                           ช็อตเซฟ                       2
                         

       


      เบนโต้ติงฝอยทองน่าชนะสบายกว่านี้
        เปาโล เบนโต้ เทรนเนอร์ทีมชาติโปรตุเกส ออกมาให้สัมภาษณ์หลังเกมที่พาทีมเอาชนะเดนมาร์ก 3-2 ชี้ลูกทีมควรจะปิดเกมให้อยู่ตั้งแต่ขึ้นนำ 2-0 และไม่น่าจะต้องมากระเสือกกระสนชนะแบบหืดจับเช่นนี้ แต่ยังชมนักเตะฝอยทอง นิ่งพอที่จะยิงประตูชัยช่วงท้ายเกมได้สำเร็จ

        เบนโต้ กล่าวว่า "การเล่นแบบเป็นตัวของตัวเองของทีมเรานี่แหละ ที่มันเป็นสิ่งสำคัญมาก หลังจากโดนตีเสมอ เราก็ไม่ได้เต้นจนทำให้ส่งผลกระทบกับฟอร์มการเล่นให้มันแตกต่างออกไปเลย แถมเรายังมาได้ประตูชัยมาอย่างใสสะอาด แต่ที่จริงเราก็ควรจะชนะได้อย่างสบายกว่านี้จริงๆ"


      เปเป้ปลื้มโขกประตูเบิกร่อง
        เปเป้ เซนเตอร์ฮาล์ฟคนสำคัญของโปรตุเกส ออกมาแสดงทีท่าปลาบปลื้มใจที่สามรถทำประตูขึ้นนำ 1-0 ให้ทีมได้สำเร็จ แต่เน้นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือหัวจิตหัวใจเพื่อนร่วมทีมทุกคนที่เล่นได้อย่างไม่ย่อท้อ จนสามารถยิงประตูชัยเอาชนะในช่วงท้ายเกมได้

        เปเป้ กล่าวว่า "ผมเคยโชคดีมาแล้วในการทำประตูในเกมกับตุรกี ในศึกยูโรครั้งก่อน คราวนี้ผมสามารถทำประตูช่วยทีมได้อีกครั้ง แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือฟอร์มการเล่นของทีมเรานี่แหละ เราแสดงให้เห็นถึงความกระหายอย่างแท้จริง และไม่ยอมแพ้ สู้จนถึงที่สุด และเอาตัวรอดได้"

        พร้อมกันนั้น เปเป้ ยังได้ให้กำลังใจ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เพื่อนร่วมทีมที่มาจากราชันชุดขาวด้วยกัน ซึ่งเล่นแย่ในเกมนี้ โดยระบุว่า "คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คือนักเตะที่เก่งที่สุดแล้วของโลกนี้ แต่ไม่ว่าใครก็สามารถมีความผิดพลาดได้ทั้งนั้น ดังนั้นเราจะให้กำลังใจเขาอย่างเต็มที่แน่นอน"


       โอลเซ่นเสียดายโคนมแพ้เฉียดฉิว
        ฝั่ง มอร์เทน โอลเซ่น นายใหญ่ทีมชาติเดนมาร์ก ก็เผยว่ารู้สึกเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่ทีมต้องมาแพ้ในช่วงท้ายเกม ทั้งๆ ที่อุตส่าห์ไล่ตีเสมอจากช่องว่างห่างสองลูกได้แล้ว ชี้ลูกทีมพลาดเองที่เปิดพื้นที่ให้นักเตะโปรตุเกสได้ครองบอลในช่วงท้าย จนนำมาซึ่งการโดนยิงประตู

        กุนซือทีมโคนม กล่าวว่า "แน่นอนมันรู้สึกแย่ ที่ต้องมาโดนยิงในช่วงท้ายเกมแบบนี้ บางทีพวกเขาอาจจะดีกว่าเราหน่อยก็จริง แต่เราก็ผิดเองที่ไปปล่อยให้พวกเขามีพื้นที่ลากบอลในช่วงหลัง มันเป็นความผิดพลาดของเราเองแหละ"

        "มันทำใจยากที่ต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ แต่บางครั้งมันก็อาจจะเป็นโชคดีกว่านี้ก็ได้ ครั้งนี้ถือว่าเราโชคร้ายก็แล้วกัน"

ผลการแข่งขันยูโร ฮอลแลนด์ 1 - 2 เยอรมัน



ฟุตบอล ยูโร 2012 รอบแรก กลุ่ม บี นัดที่สอง
วันพุธที่ 13 มิถุนายน 2555
ฮอลแลนด์  1    -    2  เยอรมนี


สนาม : เมตาลิสต์ สเตเดี้ยม, คาร์คิฟ ยูเครน



        เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ กุนซือทีมชาติฮอลแลนด์พาทีมออกสตาร์ทเกมแรกใน กรุ๊ป ออฟ เดธ ด้วยการพลิกล็อกแพ้ต่อ เดนมาร์ก 0-1 ทำให้เกมนี้บีบบังคับห้ามพลาดอีกเป็นอันขาด และเกมนี้ได้รับข่าวดีเมื่อเวสลี่ย์ สไนเดอร์ ที่มีอาการบาดเจ็บหัวเข่าติดตัวมาจากนัดล่าสุด ฟิตทันลงนาม โดยจะทำเกมรุกร่วมกับ อาร์เยน ร็อบเบน, อิบราฮิม อเฟลลาย และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เช่นเดิม


        ขณะที่  "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี ภายใต้การคุมทีมของ โยอัคคิม เลิฟ ที่เฉือนชนะ โปรตุเกส มาแบบหืดจับ 1-0 จากลูกโหม่งของ มาริโอ โกเมซ ดาวซัลโวจาก บาเยิร์น มิวนิค นัดนี้ก็จะยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า เหมือนเดิม โดยมีโธมัส มุลเลอร์, เมซุต โอซิล และ ลูคัส โพดอลสกี้ คอยสนับสนุน

    เริ่มครึ่งแรกฮอลแลนด์เป็นฝ่ายเขี่ยก่อน ผ่านมา 5 นาที ทั้งสองทีมดูจะเล่นกันอย่างระมัดระวัง เกมอยู่กลางสนามเป็นส่วนใหญ่

     จากนั้นอีก 2 นาทีต่อ เป็นขุนพลดัตช์ ได้ลุ้นก่อน เมื่อ มาร์ค ฟาน บอมเมล ห้องเครื่องตัวกลั่นสโมสรพีเอสวี  ไอนด์โฮเฟ่น เปิดบอลยาวให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ หลุดไปจิ้มด้วยซ้ายสุดเหยียด แต่ไปตรงตัว มานูเอล นอยเออร์

     เยอรมนี ตอบโต้ทันควัน นาทีที่ 8 จากจังหวะที่ กองหลังฮอลแลนด์ โหม่งสกัดมาเข้าทาง เมซุต โอซิล มิดฟิลด์จอมเทคนิคเรอัล มาดริด ได้ยิงด้วยซ้ายแบบไม่จับหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งไปโคนชนเสา อย่างน่าเสียดาย ก่อนมาเข้ามือมาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก

     เกมเริ่มเปิดแลกกันสนุก นาทีที่ 11 ฮอลแลนด์มาอีกครั้ง คราวนี้ อาร์เยน ร็อบเบน แทงให้ ฟาน เพอร์ซี่ ได้ซัดด้วยขวาเท้าไม่ถนัดบริเวณเส้นเขตโทษพอดี แต่ดาวยิงดัตช์ ซัดได้ไม่เต็ม บอลกลิ้งหลุดเสาสองออกไปค่อนข้างห่าง

     นาทีที่ 18 ยังเป็นจังหวะของ ฮอลแลนด์ อิบราฮิม อเฟลลาย ได้บอลหลุดไปเปิดเน้นๆในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย แต่เป็น แมตส์ ฮัมเมิ่ลส์ สไลด์ตัวสกัดทิ้งออกหลังได้ก่อน

      [ทำประตู] แต่ผ่านไปถึงนาทีที่ 24 กลับเป็น เยอรมัน ที่ขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะเซ็ตบอลมาจากกลางสนาม บอลมาถึงบาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ แทงทะลุช่องหลุดกับดักล้ำหน้าให้ มาริโอ โกเมซ พลิกบอลหลุดเข้าไปซัดด้วยขวา ผ่านมือ มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก ไม่เหลือ

     หลังจากเสียประตู ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ทีมอัศวินสีส้ม ครองบอลได้เป็นส่วนใหญ่ แต่จังหวะสุดท้ายยังทำได้ไม่ดีพอ

     และนาทีที่ 37 ก็มาเสียฟรีคิกให้กับเยอรมัน ตรงริมเส้นฝั่งขวา เมซุต โอซิล รับอาสาบรรจงเปิดมาที่เสาสอง ถึง โฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์ ได้โขกเต็มๆคนเดียว แต่ไปตรงตัวมาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก ทุบออกไปได้หวุดหวิด

      [ทำประตู] และจากนั้นเพียงนาทีเดียว พลพรรค อินทรีเหล็ก ก็ขยับหนีไปเป็น 2-0 จากจังหวะที่บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ คนเดิม แทงทะลุช่องอีกแล้ว ให้มาริโอ โกเมซ ดาวซัลโวจากบาเยิร์น มิวนิค หลุดไปซัดด้วยขวาเต็มๆ ในกรอบเขตโทษด้านขวา บอลพุ่งผ่าน สเตเคเลนเบิร์ก เสียบหน้าต่างเสาสองเข้าไปอย่างสวยงาม

     และช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก เยอรมนี เกือบนำห่างออกไปอีก เมื่อได้ฟรีคิกทางฝั่งซ้าย บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ เปิดไปหน้าประตู บอลลึกไปเกือบเสียบใต้คานอยู่แล้ว ดีที่สเตเคเลนเบิร์ก ถอยมาปัดออกหลังได้อย่างหวุดหวิด

     ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีสกอร์เพิ่มเติม จบ 45 นาทีแรก "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี นำ "อัศวินสีส้ม" ฮอลแลนด์ 2-0

      [เปลี่ยนตัว]   [เปลี่ยนตัว] เปิดฉากครึ่งหลัง เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ กุนซือฮอลแลนด์ ทำการแก้เกมทันที 2 คนรวด เอา มาร์ค ฟาน บอมเมล กัปตันทีม และ อิบราฮิม อเฟลลาย ออก แล้วส่งตัวรุก ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท กับ คลาส แยน ฮุนเตลาร์ ลงสนามแทน
 
     แต่เกมของทีมอัศวินสีส้ม ยังไม่ดีขึ้นเลย และเกือบเสียประตูที่สามอีก ในนาทีที่ 52 เมื่อแมตส์ ฮัมเมิ่ลส์ เติมขึ้นมายิง สเตเคเลนเบิร์ก ทุบได้จังหวะแรก ก่อนมาเข้าทาง กองหลังดอร์ทมุนด์ ได้ซัดอีกครั้ง คราวนี้สเตเคเลนเบิร์ก ต้องออกแรงพุ่งปัดออกหลังไปได้หวุดหวิด

     จากนั้นอีก 6 นาทีต่อมา ฮอลแลนด์ ได้เสียวบ้าง เป็น โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก ได้กดด้วยซ้ายเต็มขอนอกกรอบ แต่มานูเอล นอยเออร์ โชว์ซุปเปอร์เซฟ พุ่งปัดปลายมือได้ฉิวเฉียด

     เกมของขุนพลดัตช์ เริ่มดีขึ้น นาทีที่ 62 เวสลี่ย์ สไนเดอร์ ได้บอลทางซ้าย ก่อนจะลากตัดเข้าใน แล้วปั่นโค้งด้วยขวา ระยะประมาณ 25 หลา บอลพุ่งหลุดเสาสองออกไปนิดเดียว

     ทีมเยอรมัน เริ่มถอยต่ำ และเป็นโอกาสของ ฮอลแลนด์ อีกครั้ง นาทีที่ 69 คราวนี้ เวสลี่ย์ สไนเดอร์ เปิดจากซ้ายให้ อาร์เยน ร็อบเบน ได้พักบอลแล้วตวัดยิงด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษ แต่โดนไม่เต็มบอลวิ่งผ่านหน้าประตูออกหลังไป

      [เปลี่ยนตัว] นาทีที่ 72 เยอรมัน มาเปลี่ยนตัวคนแรก เอามาริโอ โกเมซ ที่เหมาคนเดียวสองประตูในเกมนี้ออก แล้วส่ง มิโรสลาฟ โคลเซ่ ลงมาล่าตาข่ายแทน

      [ทำประตู] แต่หลังจากนั้นเพียงนาทีเดียว แฟนๆ อัศวินสีส้ม ก็ได้เฮกันลั่นสนามบ้าง เมื่อทำประตูไล่มาเป็น 2-1 เวสลี่ย์ สไนเดอร์ ส่งให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ได้พลิกไปยิงบริเวณหัวกระโหลกด้วยขวา บอลพุ่งลอดขา โฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์ ผ่านมือ นอยเออร์ ตุงตาข่าย

      [ใบเหลือง] นาทีที่ 80 ไนเจล เดอ ยองก์ กองกลางตัวตัดเกมของฮอลแลนด์ ก็มาโดนใบเหลืองแรกของเกม หลังไปอัดใส่ ฟิลิปป์ ลาห์ม กัปตันทีมอินทรีเหล็ก

      [เปลี่ยนตัว] นาทีต่อมาทีม อินทรีเหล็ก เปลี่ยนตัวคนที่สอง ส่ง โทนี่ โครส มิดฟิลด์สโมสร บาเยิร์น มิวนิค ลงมาแทน เมซุต โอซิล

      [เปลี่ยนตัว] นาทีที่ 83 ฮอลแลนด์ แก้เกมเป็นคนสุดท้าย ถอด อาร์เยน ร็อบเบน ออก แล้วให้ เดิร์ค เค้าท์ อดีตนักเตะลิเวอร์พูล ลงมาเล่นริมเส้นแทน

      [ใบเหลือง] จากนั้นอีก 4 นาทีต่อมา เยโรม บัวเต็ง แบ็กขวาเยอรมัน มาเสียใบเหลืองอีกคน หลังไปถ่วงเวลา และทำให้เจ้าตัวโดนโทษแบน อดลงสนามในเกมพบกับเดนมาร์กในนัดถัดไป

     ท้ายเกม นาที 89 มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก นายทวารดัตช์เกือบทำพลาดเมื่อเตะบอลไปติด มิโรสลาฟ โคลเซ่ ที่ตามมาแท็คเกิ้ลบอลแต่ดีที่บอลไม่ตรงกรอบ

      [ใบเหลือง] นาทีสุดท้าย เยโทร วิลเลมส์ มาโดนเหลือง หลังไปตัดเกมใส่ โธมัส มุลเลอร์

      [เปลี่ยนตัว] จากนั้น เยอรมัน มาใช้เวลาเปลี่ยนคนสุดท้าย ถอด โธมัส มุลเลอร์ ไปพัก แล้วส่ง ลาร์ส เบนเดอร์ มิดฟิลด์เลเวอร์คูเซ่น มาอัดในแดนกลาง

     ช่วงเวลาที่เหลือทีมอินทรีเหล็กเน้นรับเป็นหลัก แต่ฮอลแลนด์ ก็ไม่มีโอกาสเข้าไปทำประตูเลย จบ 90 นาที เยอรมัน เอาชนะ ฮอลแลนด์ ไปได้ 2-1 และถึงแม้เยอรมัน จะชนะ 2 นัดรวดมี 6 คะแนน นำจ่าฝูงตอนนี้ ขณะที่ ฮอลแลนด์ แพ้รวดทั้ง 2 เกม ไม่มีแต้มเลย แต่ทั้งคู่ยังต้องไปลุ้นเข้ารอบในนัดสุดท้ายต่อไป


11ผู้เล่นที่ลงสนาม

ฮอลแลนด์ (4-2-3-1) : มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก - เกรกอรี่ ฟาน เดอร์ วีล, จอห์นนี่ ไฮติงก้า, รอน ฟลาร์, เยโทร วิลเลมส์ - มาร์ค ฟาน บอมเมล (กัปตันทีม), ไนเจล เดอ ยองก์ - อาร์เยน ร็อบเบน, เวสลี่ย์ สไนเดอร์, อิบราฮิม อเฟลลาย - โรบิน ฟาน เพอร์ซี่
เทรนเนอร์ : เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์


เยอรมัน (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ - เยโรม บัวเต็ง, แมตส์ ฮัมเมิ่ลส์, โฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์, ฟิลิปป์ ลาห์ม (กัปตัน) - ซามี่ เคดิร่า, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ - โธมัส มุลเลอร์, เมซุต โอซิล, ลูคัส โพดอลสกี้ - มาริโอ โกเมซ
เทรนเนอร์ : โยอัคคิม เลิฟ


ผู้ตัดสิน : โยนาส อีริคส์สัน (สวีเดน)

แมน ออฟ เดอะ แมตซ์:     มาริโอ โกเมซ (เยอรมัน)
         พิสูจน์ตัวเองได้อย่างสมความคาดหมายว่าจะเป็นสตาร์ในทัวร์นาเม็นท์นี้ สำหรับ "ซูเปอร์มาริโอ"
ประตูแรกของเขาในเกมนี้มาจากความเหนือชั้นในการพลิกหลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปส่องจากระยะ 12 หลา ส่วนประตูที่สองนั้นตะบันยัดเสาแรกอย่างเด็ดขาดช่วยให้อินทรีเหล็กสยายปีกนำ 2-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก และทำให้ โกเมซ ขึ้นมานำเป็นดาวซัลโวร่วมของรายการนี้ เคียงข้างกับ อลัน ซาโกเยฟ ของรัสเซีย ด้วย
 นอกจากนั้นมันยังเป็นการสอนเชิงให้ ฟาน เพอร์ซี่ กองหน้าของดัตซ์รู้กลายๆว่า สุดท้ายแล้วดาวยิงเท้าคมๆมันต้องแบบนี้ ดังนั้นยกตำแหน่งดาวเด่นสุดของเกมให้กับ มาริโอ โกเมซ ไปเถอะ


          สถิติหลังเกม
14(4)       ยิงทั้งหมด (เข้ากรอบ)   11(5)
11                      ฟาวล์                      7
6                       เตะมุม                     6
1                       ล้ำหน้า                    4
53%   เปอร์เซนต์การครองบอล   47%
2                      ใบเหลือง                1
0                      ใบแดง                    0
3                     ช็อตเซฟ                 3