เซเรนา วิลเลียมส์ นักเทนนิสสาวชาวสหรัฐอเมริกา ขยับรั้งมือ 4 ของโลก หลังคว้าแชมป์ แกรนด์ สแลม ที่ 3 ของปีรายการ "วิมเบิลดัน 2012" โดยถือเป็นสมัยที่ 5 ด้วยการเอาชนะ อักเนียสกา รัดวานสกา จากโปแลนด์ 2-1 เซต โดยขอมอบแชมป์ปีนี้ให้กับ วีนัส พี่สาวที่ป่วยเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง เพราะไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถก้าวมาถึงจุดนี้
รอบชิงชนะเลิศประเภทหญิงเดี่ยวเมื่อวันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคมตามเวลาท้องถิ่นประเทศอังกฤษ ณ ออล อิงแลนด์ คลับ เซเรนา อดีตมือ 1 ของโลกชาวสหรัฐฯ ชนะ รัดวานสกา มือ 3 จากโปแลนด์ 2-1 เซต 6-1,5-7,6-2 โดยเสิร์ฟเอซได้ถึง 17 ครั้งรวมทั้งทัวร์นาเมนต์ทำไป 102 ครั้งทุบสถิติเดิมของเธอที่ทำไว้ 89 ครั้งเมื่อปี 2010 คว้าแชมป์ วิมเบิลดัน สมัยที่ 5 ต่อจากปี 2002,2003,2009 และ 2010 รวมถึงเป็น แกรนด์ สแลม ลำดับที่ 14 พร้อมรับเงินรางวัล 1,150,000 ปอนด์ (ประมาณ 57.5 ล้านบาท) ขณะเดียวกันวันจันทร์ที่จะถึงนี้จากการประกาศอันดับของ ดับเบิลยูทีเอ ทัวร์ จะขยับรั้งมือ 4 ของโลกอย่างเป็นทางการ ส่วน รัดวานสกา จะขึ้นไปเป็นมือ 2
หลังเกม เซเรนา กลายเป็นนักเทนนิสวัย 30 ปีขึ้นไปที่คว้าแชมป์ แกรนด์ สแลม ต่อจาก มาร์ตินา นาฟราติโลวา เมื่อปี 1990 กล่าวว่า "ฉันไม่รู้ว่าตนเองจะเป็นอย่างไรถ้าไม่มี วีนัส รวมถึงไม่รู้ว่าจะได้แชมป์ แกรนด์ สแลม หรือไม่และจะได้เล่นเทนนิสหรือเปล่า เพราะเรามักทำอะไรด้วยกันเสมอ ฉันเติบโตขึ้นมาพร้อมลอกเลียนแบบอะไรหลายอย่างมาจากเธอ ถือว่าเป็นแรงบันดาลใจและนำทางฉันตั้งแต่ชัยชนะครั้งแรก รวมถึงกลายเป็นมือ 1 ของโลก ฉันทำงานอย่งหนักและต้องการทำทุกสิ่งด้วยกำลังของตนเอง แต่เหนือใดคิดไม่ออกเลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้าไม่มีเธออยู่ข้างๆ"
พร้อมกันนี้ เซเรนา ยังประสานงานกับ วีนัส คว้าแชมป์ วิมเบิลดัน ประเภทหญิงคู่หลังเอาชนะ อันเดรีย ฮลาวัคโควา และ ลูซี ฮราเด็คกา คู่มือ 6 ของรายการจากเช็ก 2-0 เซต 7-5,6-4 โดยถือเป็นแชมป์หญิงคู่ระดับ แกรนด์ สแลม ครั้งที่ 13
สำหรับ วีนัส วัย 32 ปีตกรอบแรก วิมเบิลตัน เมื่อแพ้ให้กับ เอเลนา เวสนินา จากรัสเซีย ถือเป็นผลงานเลวร้ายที่สุดของเธอนับตั้งแต่ลงแข่งรายการนี้เมื่อปี 1997 ปัจจุบันรูดรั้งมืออันดับ 58 ของโลก มีโอกาสสูงที่จะแขวนแร็กเก็ตหลัง แกรนด์ สแลม สุดท้ายของปีนี้คือ ยูเอส โอเพน รวมถึงรับใช้ สหรัฐฯ ในศึก โอลิมปิก ลอนดอน เกมส์ ที่จะเปิดฉากวันที่ 27 กรกฎาคมนี้
ฝ่ายจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก “ลอนดอนเกมส์ 2012” ที่ประเทศอังกฤษ ออกมาเปิดเผยถึงรายละเอียดของพิธีเปิดการแข่งขัน โดยในปีนี้ เจ้าภาพเตรียมเปลี่ยนสภาพสนามธรรมดาๆ ให้กลายเป็นท้องทุ่งชนบทของประเทศอังกฤษ โดยจะใช้งบมหาศาลกว่า 27 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,350 ล้านบาท)
แดนนี บอยล์ ผู้กำกับภาพยนตร์ดีกรีรางวัลออสการ์ ทีมผู้จัดพิธีเปิดในครั้งนี้ เผยถึงพิธีเปิดการแข่งขันสุดอลังการ ว่า พิธีเปิดนี้จะอยู่ภายใต้คอนเซปต์ “ความเขียวขจีและความยินดี” จะใช้อาสาสมัครกว่า 10,000 คน จำลองสภาพความเป็นอยู่ของชนบทในประเทศอังกฤษ โดยจะใช้สัตว์ตัวเป็นๆ หญ้า และก้อนเมฆ ซึ่งจะเนรมิตรสายฝน ลงมาทั่วทั้งสนาม รวมทั้งจะมีภาพของครอบครัวชาวอังกฤษ นั่งปิกนิก และชมกีฬาท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจี รวมทั้งภาพของยอดเขา แกลนสตันบิวรี โดยภาพเหล่านี้ ผู้ชมภายในสนามโอลิมปิก สเตเดียมกว่า 62,000 คน รวมทั้งอีกกว่า 1 พันล้านคน จะได้รับชมพร้อมกันทั่วโลก
แบบจำลองพร้อมเอฟเฟคสนาม
ผู้กำกับ สลัมด็อก มิลเลียนแนร์ กล่าวว่า “สำหรับพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ในวันที่ 27 กรกฏาคมนี้ จะสื่อถึงภาพความงดงามตามธรรมชาติแบบชนบทพื้นเมือง จะมีภาพของสนามสีเขียวสบายตา ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราภูมิใจ”
สำหรับการแสดงในพิธีเปิด ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก วรรณกรรม “เดอะ เทมเพสต์” ของ วิลเลียม เชคสเปียร์ โดยจะใช้ชื่อว่า “เกาะพิศวง” จะเป็นการจำลองภาพของชาวนาที่กำลังขุดดิน สัตว์เลี้ยง เช่น ม้า วัว แพะ 2 ตัว ไก่ 10 ตัว ห่าน 9 ตัว แกะ 70 ตัว และ สุนัขต้อนแกะอีก 3 ตัว โดยการแสดงสุดอลังการนี้ ใช้นักแสดงทั้งสิ้น 157 ชีวิต และเด็กอีก 900 คน พร้อมด้วยระบบเสียงสุดยิ่งใหญ่กว่า 1 ล้านวัตต์ โดย บอยล์ กล่าวว่า โชว์นี้จะเป็นการแสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียวของคนในชาติ
โดยประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในครั้งนี้ ลอร์ด โค กล่าวว่า “ผมมั่นใจว่า พิธีเปิดของแดนนี จะเป็นการเฉลิมฉลองที่วิเศษมากๆ ซึ่งจะเป็นการต้อนรับนักกีฬาจากทั่วโลกกว่า 10,500 คน ที่ทำให้ประเทศของเราภูมิใจ”
พิธีเปิดมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ จะเปิดตัวด้วย เสียงกังวาลของระฆังที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ที่ตั้งอยู่ในย่าน โรงหล่อไวท์ชาเปล ในกรุงลอนดอน โดยบรรดาช่างเทคนิค เตรียมอุปกรณ์และความพร้อมกันอย่างขะมักเขม้น โดยจะต้องใช้โคมไฟอัตโนมัติกว่า 1,200 ตัว แบบธรรมดาอีก 1,000 ตัว หลอดแอลอีดี 500 หลอด ลำโพง 500 ตัว และตัวขับเคลื่อนอีก 50 ตัว เพื่อบำรุงรักษาให้ระฆังตัวนี้ ลั่นเสียงดังกังวาลอย่างยิ่งใหญ่ในวันพิธีเปิด “ลอนดอนเกมส์ 2012”