วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

วิเคราะห์บอล สวีเดน ออลสเวนส์คาน : จีเอไอเอส vs ซันด์ซวาลล์ 12bet 20.00 น. 17/5/12




จีเอไอเอส vs ซันด์ซวาลล์
วิเคราะห์ฟุตบอล สวีเดน ออลสเวนส์คาน : เวลาแข่งขัน : 20.00 .
ถ่ายทอดสด : , ราคา ต่อ/รอง : จีเอไอเอส ต่อ 0.5/1 -10

ทรรศนะความน่าจะเป็นของเกม
ฟอร์มต่างคนต่างแย่เหมือนๆกัน อย่างไรซะจีเอไอเอสยังดีหน่อยที่วันนี้เฝ้ารังแม้จะไม่ชนะซักเท่าไหร่แต่ก็แพ้ยากสิบห้านัดหลังสุดแพ้แค่สองเกมและฤดูกาลนี้ยังไม่แพ้ใครซะด้วย ส่วนจีไอเอฟ ซันด์สวาลล์นอกรังไม่ไหว เพราะไม่ชนะมาเจ็ดเกมแล้ว มั่นใจว่าจีเอไอเอส ปิดประตูแพ้ลุ้นซักหนึ่งเม็ดคงไม่เหลือบ่ากว่าแรง

ฟันธง สกอร์ สูง/ต่ำ
จีเอไอเอส 1-0 ซันด์ซวาลล์ ต่ำ

ระดับความมั่นใจ
จีเอไอเอส 59%

ทีเด็ดฟันธง เฮงๆได้ทุกวัน 

วิเคราะห์บอล ลีกทู อังกฤษ เพลย์ออฟ : ทอร์คีย์ ยูไนเต็ด vs เชลแน่ม ทาว์น 12bet 01.45 น. 18/5/12




ทอร์คีย์ ยูไนเต็ด vs เชลแน่ม ทาว์น
ฟุตบอลรายการ : ลีกทู อังกฤษ เพลย์ออฟ , เวลาแข่งขัน : 01.45 .
ราคา ต่อ/รอง : ทอร์คีย์ ยูไนเต็ด ต่อ ป+10

ทรรศนะความน่าจะเป็นของเกม
เกมแรกทอร์คีย์ บุกไปแพ้มาถึง2-0สถานการณ์เวลานี้ถูกบีบให้ต้องเปิดเกมบุกเพิ่งยิงสองประตูใน 90 นาทีเป็นอย่างน้อยเพื่อต่อลมหายใจ ส่วนเชลแน่ม เล่นง่ายกว่าเยอะเพราะสามารถแพ้ได้หนึ่งประตูก็ยังเข้ารอง แถมถึงฟอร์มแล้วก็ต้องบอกว่าทอร์คีย์ดีกว่าเมื่อเล่นในบ้าน ส่วนเชลแน่มเองนอกรังแพ้เป็นประจำ นี่ก็แพ้มาหกจากเจ็ดเกมหลังสุด มองแล้วทอร์คีย์จะชนะได้ในเวลา 90 นาที

ฟันธง สกอร์ สูง/ต่ำ
ทอร์คีย์ ยูไนเต็ด 3-1 เชลแน่ม ทาว์น สูง

ระดับความมั่นใจ
ทอร์คีย์ ยูไนเต็ด 70%

ทีเด็ดฟันธง เฮงๆได้ทุกวัน 

วิเคราะห์บอล สวีเดน ออลสเวนส์คาน : มัลโม่ vs เอล์ฟสบอร์ก12bet 22.30 น. 17/5/12




มัลโม่ vs เอล์ฟสบอร์ก
วิเคราะห์ฟุตบอล สวีเดน ออลสเวนส์คาน : เวลาแข่งขัน : 22.30 .
ถ่ายทอดสด : , ราคา ต่อ/รอง : มัลโม่ ต่อ 0.5 -5

ทรรศนะความน่าจะเป็นของเกม
บิ๊กแมตช์ประจำวันเมื่อรองจ่าฝูงพบกับจ่าฝูงโดยมีสามแต้มสำคัญเป็นเดิมพัน มัลโม่คะแนนตามอยู่หกแต้มวันนี้จำเป็นต้องชนะเพื่อลดช่องว่าง ส่วนเอล์ฟสบอร์กเสมอก็ไม่เสียหาย เทียบฟอร์มมัลโม่ชนะในบ้านมาหกจากเจ็ดนัดหลังแถมห้านัดที่ไม่เสียประตู ส่วนเอล์ฟสบอร์กเองก็แกร่งสุดๆเมื่อชนะรวดมาเจ็ดเกมติด มองแล้วมัลโม่ยังไม่ดีพอที่จะชนะเอล์ฟสบอร์ก ณ เวลานี้ได้ เชื่อผลเสมอมีความเป็นไปได้มากที่สุด

ฟันธง สกอร์ สูง/ต่ำ
มัลโม่ 2-2 เอล์ฟสบอร์ก สูง

ระดับความมั่นใจ
เอล์ฟสบอร์ก 55%



ทีเด็ดฟันธง เฮงๆได้ทุกวัน 

CASINO 12BET CRAPS เกมส์แคร็ปส์ หรือเกมส์ทอยลูกเต๋า



 

    เกมส์แคร็ปส์ ถือว่าเป็นอีกเกมส์หนึ่งที่ได้รับความนิยม เพราะไม่ว่าจะที่คาสิโนจริง หรือว่าคาสิโนออนไลน์ก็มีเกมส์นี้แทบทั้งสิ้น วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันค่ะว่าจริงๆแล้วเขาเล่นกันยังไง แคร็ปส์อาจเป็นเกมที่มีการเล่นค่อนข้างซับซ้อนนิดหนึ่งนะคะ เนื่องจากมีหลายวิธีในการเดิมพัน
เริ่มแรกเลยลักษณะการเล่นของเกมส์นี้คือ การวางเดิมพันจากการโยนลูกเต๋า 2 ลูก โดยการนับแต้มรวมกัน ในการเริ่มต้นเล่นแคร็ปส์ออนไลน์นั้น มีวิธีการเดิมพันแบบง่ายๆ ที่ท่านสามารถทำได้ โดยการศึกษาวิธีการเล่น และท่านยังสามารถเลือกราคาต่อรองได้ เดิมพันง่ายที่สุดคือ "Pass Line" ก่อนชู้ตเตอร์โยนลูกเต๋า หากชู้ตเตอร์ออกมาที่ 7 หรือ 11 ท่านและชู้ตเตอร์ จะชนะ และชู้ตเตอร์ จะต้องโยนลูกเต๋าอีก หากชู้ตเตอร์ได้ 2, 3, หรือ 12 เดิมพันจะแพ้ แต่แคร็ปส์ยังคงอยู่และยังคงโยนลูกเต๋าจนกระทั่งชู้ตเตอร์สามารถทำได้ และทั้ง 2 ชนะ หรือ ชู้ตเตอร์ โยนได้ 7 และเสียเดิมพัน เมื่อโอกาสดังกล่าวเกิดขึ้น ท่านเดิมพันกับชู้ตเตอร์
หากท่านต้องการเดิมพันสู้กับเขา ท่านเดิมพัน "Don't Pass" ไลน์ และกฏทั้งหมดตรงกันข้าม ยกเว้นว่า การหมุนครั้งแรกของเขา ชู้ตเตอร์โยนที่ 12 ซึ่งเป็นการเสมอกัน (ไม่ท่านชนะหรือแพ้) หลังจากการหมุนได้เริ่มแล้ว และชู้ตเตอร์ได้ ท่านสามารถเดิมพันโดยการวางเดิมพันที่ "come" ไลน์ จะใช้กฏเหมือนกัน ราวกับว่าชู้ตเตอร์ได้โยนครั้งแรก หากการหมุนถัดไปคือ 7 ท่านจะชนะ หากเป็น 2, 3, หรือ 12 ท่านจะเสียเดิมพัน หากเป็นเลขอื่น ที่กลายเป็น"come point" ของท่าน และ สำหรับที่จะชนะ จะต้องมีการหมุนอีกครั้งก่อน 7 หากออกเป็น 7 แล้ว ท่านจะเสียเดิมพัน
ผู้เล่นใหม่อาจเริ่มเล่นด้วยเดิมพัน "pass" ไลน์ หลังจากนั้น เมื่อท่านมั่นใจมากขึ้น ท่านสามารถเดิมพันแบบ "come" ในขั้นตอนถัดไป
ก็เป็นวิธีการเล่นแบบคร่าวๆ นะคะ หากท่านสนใจที่จะเล่นจริงๆ แนะนำให้ศึกษาให้ดีค่ะ เพื่อที่จะสามารถวางแผนการเล่นได้อย่างถูกวิธี

 Casino 12BET Craps เดิมพันขั้นต่ำ 50บาท และสูงสุด 5000บาท ขอให้เพื่อนๆสนุกกับเกมและขอให้โชคดีค่ะ

ฮิลล์ชูราฟาเต็ง1คัมแบ็กคุมหงส์แดง by 12bet







วิลเลี่ยม ฮิลล์ ฟันธงเปรี้ยง ราฟาเอล เบนิเตซ คือตัวเก็งเต็งหนึ่งผู้สืบทอดตำแหน่งกุนซือ ลิเวอร์พูล ต่อจาก เคนนี่ ดัลกลิช ชี้มีเครดิตเหลือเฟืออู้ฟู่ ขึ้นอยู่กับว่า "เดอะ ค็อป" ยินดีต้อนรับการกลับมาสู่เก้าอี้ตัวเดิมหรือไม่ ขณะที่ โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ กับ แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด ถูกวางเป็นเต็ง 2-3 ตามลำดับ แถมทำฮือฮามีชื่อ เดวิด มอยส์, เจมี่ คาร์ราเกอร์ และ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ติดโผกับเค้าด้วย!

ราฟาเอล เบนิเตซ อดีตผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาจสร้างความตื่นตะลึงด้วยการหวนคืนตำแหน่งเดิมในถิ่น แอนฟิลด์ อีกครั้ง หลังกลายเป็นตัวเก็งเต็งหนึ่งที่จะได้เข้ามาสานงานต่อก่องาน
ใหม่ถัดจาก เคนนี่ ดัลกลิช ที่เพิ่งจะแยกทางจากทีมรักไปหมาดๆ ทั้งๆ ที่เพิ่งหวนกลับมารับงานดังกล่าวเป็นคำรบสองเป็นเวลาเพียง 18 เดือนเท่านั้น เมื่อวันพุธที่ 16 ..ที่ผ่านมา จากมุมมองของ วิลเลี่ยม ฮิลล์ บริษัทรับพนันถูกกฎหมายของเมืองผู้ดี ด้วยอัตราต่อรอง 2/1 (แทง 1 จ่าย 2 ไม่รวมทุน)
สำหรับเต็ง 2 ในสายตาของ วิลเลี่ยม ฮิลล์ ได้แก่ โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือ วีแกน แอธเลติก 5/2 (แทง 2 จ่าย 5 ไม่รวมทุน) เต็ง 3 ได้แก่ แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด อดีตโค้ช บาร์เซโลน่า 9/2 (แทง 2 จ่าย 9 ไม่รวมทุน) นอกจากนี้ ยังกล้าๆ ระบุด้วยว่า เดวิด มอยส์ นายใหญ่ เอฟเวอร์ตัน มีโอกาส 40/1 (แทง 1 จ่าย 40 ไม่รวมทุน) ที่จะย้ายข้ามฟากมาคุมคู่แข่งร่วมเมือง พร้อมกับมีนักเตะชุดปัจจุบันติดโผด้วยเช่นกัน อาทิ เจมี่ คาร์ราเกอร์ 50/1 (แทง 1 จ่าย 50 ไม่รวมทุน) และ สตีเว่น เจอร์ราร์ด 150/1 (แทง 1 จ่าย 150 ไม่รวมทุน)
เกรแฮม ชาร์ป กระบอกเสียงเจ้าเก่าของ วิลเลี่ยม ฮิลล์ กล่าวถึงการยก "ราฟา" ที่เคยคุม "หงส์แดง" ระหว่างปี 2004-2010 ให้เป็นเต็ง 1 ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจาก "คิงเคนนี่" ว่า "ราฟา มีชื่อเสียงดีเด่นและผลงานมากมาย แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า เหล่าบรรดาแฟนบอลในถิ่น แอนฟิลด์ ทั้งหลายทั้งปวง จะกระตือรือร้นที่จะต้อนรับเขากลับมามากแค่ไหน?"

อัตราต่อรองผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล คนต่อไปของ "วิลเลี่ยม ฮิลล์"

- 2/1 ราฟาเอล เบนิเตซ
- 5/2 โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ
- 9/2 แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด
- 8/1 สตีฟ คล้าร์ก
- 10/1 พอล แลมเบิร์ต
- 11/1 เบรนแดน โรเจอร์ส
- 12/1 ฟาบิโอ คาเปลโล่
- 14/1 อันเดร วิลลาช-โบอาช
- 16/1 มาร์ติน โอนีล
- 16/1 โชเซ่ มูรินโญ่
- 16/1 คาร์โล อันเชล็อตติ
- 20/1 ดิดีเย่ร์ เดส์ชองส์
- 20/1 มาร์เซลโล่ ลิปปี้
- 20/1 เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์
- 25/1 กุส ฮิดดิ้งค์
- 25/1 มาร์ติน โยล
- 25/1 กุสตาโว โปเยต์
- 25/1 โจเซป กวาร์ดิโอล่า
- 25/1 เคลาดิโอ รานิเอรี่
- 25/1 โลร็องต์ บล็องก์
- 25/1 หลุยส์ ฟาน กัล
- 33/1 โยอัคคิม เลิฟ
- 40/1 โอเว่น คอยล์
- 40/1 สเวน โกรัน อีริคส์สัน
- 40/1 เดวิด มอยส์
- 50/1 เจมี่ คาร์ราเกอร์
- 150/1 สตีเว่น เจอร์ราร์ด

อ่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ปู่รอยประกาศแล้ว! เลือกเทอรืรี่-หั่นริโอ อ็อกเล็ดโผล่ลุยยูโร by 12bet





รอย ฮ็อดจ์สัน กุนซือคนใหม่ทีมชาติอังกฤษ ประกาศรายชื่อนักเตะ 23 คนที่จะได้ไปลุยศึก ฟุตบอล ยูโร 2012 รอบสุดท้ายแล้ว

โดยก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า ริโอ เฟอร์ดินานด์ อาจจะถูกตัดชื่อออกจากทีมและก็เป็นจริงจนได้ เมื่อ 23 นักเตะที่ “ปู่รอย” เลือกใช้บริการไร้ชื่อกองหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดรายนี้ แต่ “สิงโตคำราม” แอบมีเซอร์ไพร์ซเล็กๆเมื่อเลือกอเล็กซ์ อ็อกเล็ด แชมเบอร์เลน ที่ไม่เคยติดทีมชาติชุดใหญ่ติดสอยห้อยตามไปด้วย

รายชื่อนักเตะทีมชาติอังกฤษ

ผู้รักษาประตู : โจ ฮาร์ท (แมนเชสเตอร์ ซิตี้), โรเบิร์ต กรีน (เวสต์แฮม), จอห์น รัดดี้ (นอริช)

กองหลัง : เกล็น จอห์นสัน (ลิเวอร์พูล), ฟิล โจนส์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด), จอห์น เทอร์รี่ (เชลซี), โจเลออน เลสค็อตต์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้), แกรี่ เคฮิลล์ (เชลซี), แอชลี่ย์ โคล (เชลซี), เลห์ตัน เบนส์ (เอฟเวอร์ตัน)

กองกลาง : ธีโอ วัลค็อตต์ (อาร์เซน่อล), สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง (ลิเวอร์พูล), อเล็กซ์ อ็อกเล็ด แชมเบอร์เลน (อาร์เซน่อล), สตีเว่น เจอร์ราร์ด (ลิเวอร์พูล), แกเร็ธ แบร์รี่ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้), แฟรงค์ แลมพาร์ด (เชลซี), สกอตต์ ปาร์เกอร์ (ทอตแน่ม ฮอทสเปอร์), แอชลี่ย์ ยัง (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด), เจมส์ มิลเนอร์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

กองหน้า : เวย์น รูนี่ย์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด), แดนนี่ เวลเบ็ค (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด), แอนดี้ แคร์โรลล์ (ลิเวอร์พูล), เจอร์เมน เดโฟ (ทอตแน่ม ฮอทสเปอร์)

กลุ่มนักเตะสแตนบาย : แจ๊ค บัทแลนด์ (เบอร์มิงแฮม), ฟิล ยากีลก้า (เอฟเวอร์ตัน), จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (ลิเวอร์พูล), อดัม จอห์นสัน (แมนเชสเตอร์ ซิตี้), ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ (เชลซี)


ข่าวเด็ดข่าวดังเพิ่มเติมได้ ที่นี่

คิงเคนนี่ขอบคุณแฟนบอล ทีมงานหลังลาหงส์ by 12bet








เคนนี่ ดัลกลิช จอมคนเลือดสกอตต์ ยืดอกกล่าวขอบคุณบรรดาแฟนบอล และเจ้าหน้าที่ทีมทุกคนสำหรับความทุ่มเทตลอดช่วงที่ตนกุมบังเหียน ลิเวอร์พูล รับการต้องลาจากสโมสรอันเป็นที่รักเป็นเรื่องที่สุดผิดหวัง แต่ทุกอย่างต้องเดินไปข้างหน้า พร้อมภูมิใจที่ได้นำแชมป์คาร์ลิ่ง คัพ ซึ่งเป็นแชมป์รายการแรกในรอบ 6 ปีของทีม มาประดับในถิ่น แอนฟิลด์

เคนนี่ ดัลกลิช ตำนานหมายเลข 7 ของ ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมากล่าวขอบคุณสาวก "เดอะ ค็อป" และทีมงานทุกคนในถิ่น แอนฟิลด์ ที่คอยสนับสนุนการทำงานมาตลอด หลังจากที่เจ้าตัวโดนปลดออกจากตำแหน่งนายใหญ่ "หงส์แดง" เมื่อวันพุธที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

อนาคตของกุนซือวัย 61 ปี ตกอยู่ในความอึมครึมมาหลายวัน แต่ตอนนี้ทุกอย่างกระจ่างชัดแล้ว เมื่อ "คิง เคนนี่" โบกมือลาตำแหน่งกุนซือของทีมแล้ว โดยจอมคนเลือดวิสกี้ ยอมรับว่า เป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้กุมบังเหียนทีมรักมาตลอด 16 เดือนที่ผ่านมา และกล่าวขอบคุณ เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป (เอฟเอสจี) บริษัทผู้ดูแลกิจการสโมสร สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา
ดัลกลิช กล่าวว่า "มันเป็นเกียรติอย่างยิ่ง และเป็นเรื่องที่แสนพิเศษที่ได้มีโอกาสกลับมาอยู่กับสโมสร ลิเวอร์พูล ในฐานะผู้จัดการทีมอีกครั้ง ผมมีความสุขที่ได้ทำงานกับ สตีฟ (คล้าร์ก), เควิน และนักเตะ รวมทั้งเจ้าที่ทีมทุกคนในช่วงเวลาที่ผมอยู่ที่นี่ และรู้สึกภูมิใจที่เราได้ช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์รายการแรกในรอบ 6 ปี ด้วยการคว้าแชมป์ คาร์ลิ่ง คัพ และเกือบที่จะได้แชมป์รายการที่ 2 ในรอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ"
"แน่นอน ผมผิดหวังกับผลงานในลีก (จบอันดับ 8) แต่ผมคงไม่แลกเปลี่ยนแชมป์คาร์ลิ่งคัพ กับอะไรทั้งนั้น เพราะผมรู้ว่า มันมีความหมายมากแค่ไหนสำหรับแฟนบอลของเรา และทั้งสโมสรที่ได้กลับมาคว้าแชมป์อีกครั้ง แน่นอนว่า ผมผิดหวังที่ต้องอำลาสโมสรแห่งนี้ ผมสามารถพูดได้ว่า สิ่งที่สำคัญก็คือ การได้รับการดูแลจากเจ้าของสโมสร ทั้งความสัมพันธ์, ความซื่อสัตย์, ความเคารพ และแนวทางการให้เกียรติ รวมทั้งผลสะท้อนในเรื่องของคุณภาพของผู้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสโมสร"
"พวกเขาเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่จะขับเคลื่อนสโมสรแห่งนี้ไปข้างหน้าด้วยแนวทางที่เหมือนกับตอนที่พวกเขาเข้ามาอยู่ที่นี่ ผมอยากขอบคุณทีมงานทุกๆ คนที่สโมสรสำหรับความพยายาม และความจงรักภักดีของพวกเขา ผมเคยพูดไปแล้งตั้งแต่ตอนแรกที่ผมกลับมาในฐานะผู้จัดการทีม ซึ่งผมได้รับความช่วยเหลือมาตลอด และก็ยังคงเป็นแบบนั้นเสมอ สุดท้ายนี้ ผมอยากที่จะจดจำความจริงใจ และซาบซึ้งใจไปยังแฟนบอล ลิเวอร์พูล ซึ่งทุ่มเทสนับสนุนทั้งตัวผม และสโมสรไม่เปลี่ยนแปลง หากปราศจากพวกเขา สโมสรหรือตัวผมคงจะไม่ประสบความสำเร็จอะไรเลย" ดัลกลิช ร่ายยาว


อ่านเพิ่มเติมข่าวดัง ที่นี่

เบ็คส์เตรียมช่วยนำไฟคบเพลิงอลป.เข้าสู่แดนผู้ดี by12bet





  เดวิด เบ็คแฮม กองกลางซูเปอร์สตาร์ แอลเอ แกแล็กซี่ เตรียมเป็นส่วนหนึ่งในการนำไฟคบเพลิงกีฬาโอลิมปิก เข้ามาสู่แดนผู้ดีในวันศุกร์นี้ หลังได้เดินทางไปร่วมงานส่งมอบไฟคบเพลิงอย่างเป็นทางการที่แดนเทพนิยาย โดยหลังจากไฟคบเพลิงมาถึงกรุงลอนดอน จากนั้นก็จะเวียนไปรอบประเทศเป็นระยะเวลา 70 วัน ด้วยการใช้ผู้ถือคบเพลิงเป็นจำนวนมากถึง 8,000 คน ก่อนจะไปสิ้นสุดสนามโอลิมปิกสเตเดี้ยมแห่งใหม่ ในพิธีเปิดช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้

เดวิด เบ็คแฮม กองกลางระดับซูเปอร์สตาร์ของ ลอสแองเจลิส แกแล็กซี่ แชมป์เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ (เอ็มแอลเอส) สหรัฐอเมริกา ฤดูกาลล่าสุด เตรียมจะมีส่วนช่วยในการวิ่งนำไฟคบเพลิงโอลิมปิก "ลอนดอนเกมส์ 2012" เข้ามาสู่ประเทศอังกฤษ ในวันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคมนี้ หลังเจ้าตัวเข้าร่วมงานส่งมอบไฟคบเพลิงอย่างเป็นทางการที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ร่วมกับ บอริส จอห์นสัน นายกเทศมนตรีประจำกรุงลอนดอน และ ฮิวจ์ โรเบิร์ตสัน รัฐมนตรีกีฬาและโอลิมปิก จากการเปิดเผยเมื่อวันพุธที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

เบ็คแฮม จะเป็นหนึ่งในตัวแทนของเจ้าหน้าที่จากแดนผู้ดี ซึ่งนำโดย เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีในสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ และ เซบาสเตียน โค ประธานใหญ่คณะกรรมการจัดการแข่งขัน "ลอนดอนเกมส์" (แอลโอซีโอจี)


ขณะที่ไฟคบเพลิงจะถูกนำมาถึงยังฐานทัพเรือ คัลดรอส ในเมืองคอร์นวอลล์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณภาคตะวันตกเฉียงใต้ของแดนผู้ดี ก่อนที่ เบน ไอน์สลี่ เจ้าของเหรียญทองพายเรือโอลิมปิก 3 สมัย จะเริ่มรับช่วงวิ่งบริเวณภาคพื้นดินในวันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคมนี้ โดยจะทำการวิ่งไปรอบเกาะอังกฤษ เป็นระยะเวลา 70 วัน พร้อมใช้ผู้ถือคบเพลิงเป็นจำนวน 8,000 คนกับระยะทาง 12,800 กิโลเมตร และจะเดินทางมาถึงสนามโอลิมปิกแห่งใหม่ บริเวณลอนดอนตะวันออก ในพิธีเปิดวันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคมนี้

ตามแถลงการณ์ของ โค ระบุถึง เบ็คแฮม ที่จะเข้าร่วมงานที่แดนเทพนิยายร่วมกับเยาวชนที่ได้รับเลือกเข้ามาอีก 5 ราย เพื่อนำเสนอวงการกีฬาของแดนผู้ดี รวมไปถึงการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกด้วยว่า "พวกเราต้องการให้เยาวชนทั่วประเทศอังกฤษได้มีส่วนร่วมในการนำไฟคบเพลิงมายังดินแดนบ้านเกิด ความสำเร็จส่วนตัวของแต่ละคน และแรงบันดาลใจของผู้ถือคบเพลิง 8,000 ราย ที่จะมีส่วนร่วมตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์นี้ไปจนกระทั่งอีก 10 สัปดาห์ข้างหน้าก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น"


วันพุธที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ฟอร์มดีหรือแย่ศึกยูเออีเป็นเครื่องพิสูจน์




         กีฬาฟุตซอลหรือฟุตบอลโต๊ะเล็ก เริ่มเข้ามาสู่ประเทศไทยครั้งแรกประมาณปี 2540 ซึ่งในยุคนั้นคนไทยทั้งประเทศยังไม่รู้จักกีฬาประเภทนี้ว่าเล่นกันอย่างไร มีกติกาการแข่งขันกันอย่างไร


         แต่ในปี 2542 เป็นครั้งแรกที่สมาคมฟุตบอลฯ ได้ตัดสินใจที่จะส่งทีมฟุตซอลทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 1 ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งนักเตะในยุคนั้นก็เอานักฟุตบอลจากสนามใหญ่ที่มีพื้นฐานฟุตบอลที่ดีเอามาติดทีมชาติไทย ผลงานครั้งแรกทีมได้อันดับ 5 กลับมา


         ส่งผลให้กีฬาฟุตซอลเริ่มเป็นที่รู้จักของแฟนบอลชาวไทยมากขึ้นเป็นลำดับ จนมีการจัดการแข่งขันศึกฟุตซอลชิงแชมป์ประเทศไทยขึ้นเป็นครั้งแรก ในรายการอัมเทล มีการแข่งขันในรอบคัดเลือกหาตัวแทนภาคต่างๆ เพื่อหาทีมเข้ามาเล่นในรอบสุดท้ายในกรุงเทพมหานครกับ 12 ทีมในไทยลีก


         อีก 2 ปีถัดมาประเทศไทยก็ได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 2 เพื่อคัดเอา 3 ทีมเข้าไปชิงแชมป์โลก ที่ประเทศกัวเตมาลา
 

         โดยการฟาดแข้งฟุตซอลรายการนี้ นักฟุตซอลทีมชาติไทยส่วนใหญ่มาจากนักเตะบอลสนามใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น คำรณ สำราญพันธ์, อนุชา มั่นเจริญ, ประภาส ฉ่ำรัศมี, ยุทธนา พลศักดิ์ เป็นต้น


         การแข่งขันในครั้งนั้นทีมฟุตซอลทีมชาติไทยคว้าอันดับ 3 ของเอเชียมาครองได้อย่างชนิดพลิกความคาดหมาย ได้สิทธิ์เดินทางไปชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 4 ที่ประเทศกัวเตมาลา
 

         นับเป็นความสำเร็จครั้งแรกของทีมฟุตซอลทีมชาติไทย


         ส่งผลให้กีฬาฟุตซอลเริ่มเป็นที่นิยมของคนไทยไปทั่วประเทศนับตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา ทำให้เยาวชนไทยรวมทั้งประชาชนชาวไทยทั่วประเทศหันมาให้ความสนใจกับฟุตบอลโต๊ะเล็กอย่างจริงจัง


         บวกกับหลายฝ่ายช่วยกันสนับสนุนบรรจุการแข่งขันฟุตซอลเข้าไปอยู่ในการแข่งขันกีฬานักเรียน เขตการศึกษา รวมไปถึงเยาวชนแห่งชาติ กีฬาแห่งชาติ


         นอกจากนั้น ทางสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยค่อนข้างที่จะโชคดี ได้คนจริงที่ชอบกีฬาเข้ามาดูแลวงการฟุตซอลอย่างจริงจัง ส่งผลให้กีฬาฟุตซอลในประเทศไทยโตขึ้นอย่างรวดเร็ว


         มีนักเตะสายเลือดใหม่ที่เกิดจากการเล่นฟุตซอลเพียงอย่างเดียว เกิดขึ้นบนถนนลูกหนังสายนี้เป็นจำนวนมากทั้งในเมืองหลวงและต่างจังหวัด


         แค่นั้นยังไม่พอ ยังเกิดการแข่งขันฟุตซอลลีกขึ้นบนผืนแผ่นดินไทยเป็นครั้งแรก บรรดานักเตะในสโมสรต่างๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขัน ไม่มีนักฟุตบอลสนามใหญ่เข้ามาผสมโรงด้วย เพราะสู้พวกที่เล่นฟุตบอลโต๊ะเล็กแบบมืออาชีพไม่ได้


         ไม่แค่นั้นยังได้จ้างกุนซือฝีมือดีทั้งบราซิล รวมทั้งอาร์เจนตินา และสเปน เข้ามาติวเข้มเชิงฟุตซอลให้กับนักเตะไทย จนการเล่นก้าวพัฒนาขึ้นและมีโอกาสเดินทางไปแข่งขันชิงแชมป์โลกถึง 3 สมัยติดต่อกัน ทั้งที่กัวเตมาลา, ไต้หวัน และบราซิล


         ต้องถือว่าในช่วงนั้นวงการฟุตซอลไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แม้นักเตะในทีมจะเป็นหน้าเก่าๆ ที่มากด้วยประสบการณ์ ทั้ง เลิศชาย อิสราสุวิภากร, ภานุวัฒน์ จันทา, พนมกรณ์ สายสอน และอีกหลายๆ คน


         โดยทีมฟุตซอลทีมชาติไทยได้พบกับความสำเร็จในระดับเอเชียมาตลอดอย่างน่าชื่นใจ


         จนกระทั่งปี 2554 ทีมฟุตซอลทีมชาติไทยได้เปลี่ยนขั้วอำนาจใหม่ในการทำทีม มาเป็น "บิ๊กแป๊ะ" ถิรชัย วุฒิธรรม เข้ามาเป็นผู้บริหารทีมแทน


         นอกจากนั้น ทางประธานพัฒนาฟุตซอลแห่งชาติคนใหม่ได้ประกาศสร้างนักเตะสายเลือดใหม่เพื่อความเจริญก้าวหน้าของทีมฟุตซอลทีมชาติไทยในอนาคต


         ซึ่งบรรดานักเตะสายเลือดใหม่ชุดนี้ บางส่วนเป็นนักเตะเก่าที่ยังมีอนาคตในถนนฟุตบอลโต๊ะเล็ก นำทีมโดย ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง, กฤษดา วงษ์แก้ว, ณัฐวุฒิ หมัดยะลาน, อภิวัฒน์ แจ่มเจริญ, เจษฎา ชูเดช ที่ส่วนใหญ่โตขึ้นมาจากทีมชุด บี ที่เคยคว้าแชมป์ฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียนมาเมื่อในอดีต


         และในปี 2555 ทีมฟุตซอลชุดสายเลือดใหม่ก็ได้พบกับความสำเร็จในศึกฟุตซอล 2 รายการใหญ่ในระดับอาเซียน อย่างศึกฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก กับศึกฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน


         แต่ฟุตซอล 2 รายการนี้ไม่สามารถนำมาวัดผลงานความแข็งแกร่งของนักฟุตซอลทีมชาติไทยชุดนี้ได้ เนื่องจากคู่แข่งขันยังอ่อนชั้นจนเกินไป


         แต่ในศึกฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศยูเออี ในช่วงปลายเดือน พ.ค. 55 ทีมฟุตซอลทีมชาติไทยชุดสายเลือดใหม่ ที่ไร้ตัวเก๋ามากประสบการณ์มาประคองทีม


         จะสามารถประคองตัวฝ่าคลื่นลมอันเชี่ยวกรากของทีมระดับแนวหน้าของเอเชียได้หรือไม่


         เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ถ้าทีมสามารถหลุดเข้าไปเล่นในรอบ 4 ทีมสุดท้ายได้ ต้องถือว่าเยี่ยมยอด และต้องถือว่าวงการฟุตซอลของเมืองไทยมีการก้าวพัฒนาไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่อง


         แต่ถ้าทีมดันตกรอบแรก...นั่นเป็นเครื่องยืนยันว่า วงการฟุตซอลของเมืองไทยกำลังถอยหลังลงคลอง และมันเป็นเสมือนสัญญาณเตือนว่า


         ทีมฟุตซอลไทยกำลังก้าวสู่ความตกต่ำเหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับทีมฟุตบอลสนามใหญ่ เมื่อในอดีตที่ผ่านมา

เชลซีเฮ!ลุยซ์,เคฮิลล์หายเดี้ยงมีลุ้นบู๊เสือใต้





  "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ยิ้มรับข่าวดี ดาวิด ลุยซ์ และ แกรี่ เคฮิลล์ 2 เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ สลัดอาการเดี้ยง กลับมาลงสนามฝึกซ้อมเรียกความฟิตพร้อมลุ้นลงสนามดวลเกือก "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ศึกชิงดำ แชมเปี้ยนส์ ลีก วันเสาร์นี้ ด้านโรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ กุนซือขัดตาทัพ รับหากจนแต้มจริงๆ คงต้องเรียกนักเตะจากทีมสำรองมานั่งเตรียมพร้อมให้เรียกใช้งานอยู่ข้างสนาม


        ดาวิด ลุยซ์ กองหลังชาวบราซิเลี่ยน และ แกรี่ เคฮิลล์ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟทีมชาติอังกฤษ กำลังลุ้นหนักว่าจะเรียกความฟิตกลับมาทันลงสนามพบ บาเยิร์น มิวนิค ยอดทีมจากเมืองเบียร์ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามอัลลิอันซ์ อารีน่า วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคมนี้ หลังจากทั้งคู่หายจากอาการบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่ากลับมาลงซ้อมเป็นครั้งแรกเรียบร้อยแล้ว

        ลุยซ์ เปิดเผยอาการของตัวเอง หลังจบการฝึกซ้อมแบบเต็มสูบกับทีมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า "ผมมีความสุขที่ผมกลับมาซ้อมได้อีกครั้งในวันนี้ ผมทำเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ในการฝึกซ้อม และผมมีความสุขกับเรื่องนี้"

        ด้านเคฮิลล์ กล่าวเสริมว่า "ยังมีงานบางอย่างที่ต้องทำให้เสร็จสิ้นในอีก 2-3 วันข้างหน้า เพื่อที่จะทำให้ผมกลับไปลงสนามได้อีกครั้ง หากผมจำเป็นต้องซ้อมเพิ่มอีกเล็กน้อย ผมก็จะทำ แต่เมื่อสัมผัสอาการบาดเจ็บแล้ว มันไม่มีการตอบสนองอะไรในวันนี้ ผมรู้สึกดีนะ"

        ขณะเดียวกันโรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ กุนซือชั่วคราว ยอมรับว่า สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดของทีม คือการต้องดันนักเตะจากทีมสำรอง ขึ้นมานั่งอยู่ข้างสนามในเกมวันเสาร์นี้ หากทั้ง ลุยซ์ และ เคฮิลล์ ไม่สามารถเรียกความฟิตกลับมาพร้อมลงสนามได้ทันเวลา

        "นั่นเป็นกรณีที่เลวร้ายที่สุด เราจะนำนักเตะจากทีมสำรองบางคนมาอยู่ในม้านั่งสำรอง มาอยู่ในทีม และลองหาทางดูว่าจะทำอย่างไร ผมพยายามมองหาทางเลือกที่แตกต่างออกไปในการฝึกซ้อม และมองหาทางแก้ไขที่แตกต่างกันออกไปในกรณีนี้"

        พร้อมกันนี้ นายใหญ่ชาวอิตาเลี่ยน ยังยืนยันว่า เขาคงไม่คิดกลับไปคุมทีมเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน แทนที่รอย ฮ็อดจ์สัน กุนซือจอมเก๋า ที่ออกไปรับงานคุมทีมชาติอังกฤษ โดยระบุว่า "ในชีวิตของผม ผมเคยกลับไปคบกับแฟนเก่า และก็พบว่า มันไม่เวิร์คเลย ผมไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นการย้ายทีมที่เหมาะสมหรือเปล่าหรอกนะ"

        นอกจากนั้น ดิ มัตเตโอ ยังไม่คิดว่า เชลซี จะได้เปรียบอะไร หลังจาก "เสือใต้" พ่าย โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยับเยิน 5-2 ในเกมเดเอฟเบ โพคาล รองชิงดำ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา "ผมไม่คิดว่า มันจะส่งผลกระทบอะไรกับทีมบาเยิร์น หรอกนะ พวกเขาเป็นมืออาชีพมาก และพวกเขาจะเดินหน้าจากเกมนั้นอย่างรวดเร็ว เพราะพวกเขารู้ว่า พวกเขามีเกมใหญ่รออยู่ในวันเสาร์ ผมไม่คิดว่า มันจะทำให้เราได้เปรียบอะไรหรอก"

        สุดท้าย อดีตดาวเตะทีมชาติอิตาลี กลบกระแสที่ว่า บาเยิร์น จะได้เปรียบจากการลงเล่นในสนามของตัวเอง "มันอาจทำให้พวกเขาได้เปรียบเล็กน้อย เพราะพวกเขารู้จักสภาพแวดล้อมและพื้นสนาม แต่เพราะพวกเขากำลังลงเล่นในบ้าน มันอาจกดดันมากกว่า ซึ่งผมไม่แน่ใจว่า มันจะทำให้พวกเขาได้เปรียบจริงๆจังๆอะไร"