วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

สังขารไม่เที่ยง 7 ภาพ กุนซือดัง ตั้งแต่หนุ่มยันแก่ #12bet

สวัสดีครับมิตรรักแฟนบอล วันนี้ ติช เต ฉ่อ กลับมาพร้อมกับภาพของการเปรียบเทียบ 7 ผู้จัดการทีมดังในฟุตบอลยุโรปที่ทำเห็นถึงกาลเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วแบบไม่มีวันย้อนกลับ ว่าตั้งแต่พวกเขายังเป็นหนุ่มผมสีดำจนถึงปัจจุบันที่ผมขาวหัวหงอกกันหมดแล้ว ซึ่งจะมีใครกันบ้างไปดูกันเลยครับ 8)
1. โฆเซ่ มูรินโญ่ (ภาพซ้าย มกราคม ปี 2002) (ภาพขวา กุมภาพันธ์ ปี 2012) ปัจจุบันอายุ 49 ปี

2. อาร์แซน เวนเกอร์ (ภาพซ้าย กันยายน ปี 1996) (ภาพขวา กุมภาพันธ์ ปี 2012) ปัจจุบันอายุ 62 ปี

3. เคนนี่ ดัลกลิช (ภาพซ้าย มีนาคม ปี 1985) (ภาพขวา มกราคม ปี 2012) ปัจจุบันอายุ 60 ปี

4. เดวิด มอยส์ (ภาพซ้าย มีนาคม ปี 2002) (ภาพขวา กุมภาพันธ์ ปี 2012) ปุจจุบันอายุ 48 ปี

5. โรแบร์โต แมนชินี่ (ภาพซ้าย พฤษภาคม ปี 2002) (ภาพขวา กุมภาพันธ์ ปี 2012) ปัจจุบันอายุ 47 ปี

6. เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (ภาพซ้าย พฤศจิกา่ยน ปี 1986) (ภาพขวา มกราคม ปี 2012) ปัจจุบันอายุ70ปี

7. อังเดร บียาส-โบอาส (ภาพซ้าย มิถุนายน ปี 2004) (ภาพขวา กุมภาพันธ์ ปี 2012) ปัจจุบันอายุ 34 ปี

โปรใหม่จาก 12bet คาสิโน เฉพาะวันนี้ SUPER SUNDAY * 
สัมผัสความตื่นเต้นใหม่ กับ 12BET คาสิโน ทุกวันอาทิตย์ ที่นี่!
ฝากเงิน 2000 บาท รับเพิ่มทันที ฟรี 1000 บาท!
อย่าลืม บันทึกลงในปฏิทิน แล้วทำทุกวันอาทิตย์ของคุณเป็นวันสุดพิเศษ! สนใจดูรายละเอียดได้ที่นี้นะค่ะ
http://staticpage.99383899.com/Promotion/Casino/th/casino_sign_up_bonus.html



'เดอะ ค็อป' จี้กุนซือหงส์ ส่ง 'ซัวเรซ-คาร์โรลล์' ทะลวงคาร์ดิฟฟ์ #12bet






สาวกเดอะ ค็อป ออกโรงกระตุ้น "เคนนี ดัลกลิช" กุนซือหงส์แดง ลิเวอร์พูล ให้ใช้ระบบ 4-4-2 มี "แอนดี้ คาร์โรลล์" เล่นคู่หน้ากับ "หลุยส์ ซัวเรซ" ในเกมนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลคาร์ลิง คัพ กับทีมคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ที่สนามเวมบลีย์ วันอาทิตย์ที่ 26 ก.พ.นี้...



โดยรายงานข่าวระบุว่า มีแฟนบอลหงส์แดงมากกว่า 1,000 คน เข้ามาแสดงความเห็นถึงเรื่องการจัดทีมในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลคาร์ลิง คัพ กับทีมคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ รวมถึงมีการจัด 11 นัดเตะที่จะลงสนามพร้อมกันด้วย ซึ่งเสียงส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่า "เคนนี ดัลกลิช" กุนซือหงส์แดง ควรจะใช้ระบบ 4-4-2 มี "แอนดี้ คาร์โรลล์" เล่นคู่หน้ากับ "หลุยส์ ซัวเรซ"


แฟนบอลเดอะ ค็อป ถึง 66 % ต้องการให้ดัลกลิชใช้ระบบ 4-4-2 เพราะเชื่อมั่นว่าชนะได้แน่ ขณะที่อีก 28 % เห็นว่าอยากให้ระบบ 4-3-3 ส่วนอีก 6 % อยากให้ใช้ระบบ 4-5-1 ในขณะที่ 99 % เลือกเปเป เรนา เป็นผู้รักษาประตูตัวจริง ส่วน 97 % ยกให้คู่แบ็กซ้าย-ขวา เป็น โฮเว เอ็นริเก กับ เกล็น จอห์นสัน ขณะที่คู่เซ็นเตอร์ 90 % เลือก ดาเนียล แอ็กเกอร์ และ มาร์ติน สเคอร์เทล 


ด้านเกมในแดนกลาง 99 % เลือกกัปตัน สตีเวน เจอร์ราร์ด ลงบัญชาเกม โดยจะยืนคู่กับ ชาร์ลี อดัม ที่มีเสียงหนุน 79 % ขณะที่ปีก 2 ข้างเสียง 57 % เลือกเคร็ก เบลลามี และ 50 % เลือกสจวร์ต ดาวนิง ส่วนคู่กองหน้า 98 % เลือกซัวเรซ และอีก 87 % เลือกคาร์โรลล์


ส่วนความพร้อมล่าสุด หงส์แดงน่าจะให้เบลลามีลงสนามเป็นตัวจริงพบกับต้นสังกัดเก่าค่อนข้างแน่ เพราะอาการเจ็บหลังหายเป็นปกติแล้ว เช่นเดียวกับแอ็กเกอร์ที่ฟิตเต็มร้อยเช่นกัน 


ด้านคาร์ดิฟฟ์มีข่าวดีที่ ทอม ฮีตัน นายทวารตัวเก่งหายเจ็บข้อเท้า พร้อมกลับมาเฝ้าเสาอีกครั้ง ส่วนกัปตันทีม มาร์ค ฮัดสัน เจ็บน่อง แต่น่าจะลงได้ ขณะที่สตีเฟน แม็คเฟล อาจลงไม่ได้เพราะไม่สบาย     




เส้นทางสู่รอบชิงชนะเลิศ


รอบแรก 


คาร์ดิฟฟ์ ชนะ อ๊อกฟอร์ด 3-1 หลังต่อเวลา 120 นาที (เยือน)


รอบ 2 


คาร์ดิฟฟ์ ชนะ ฮัดเดอร์สฟิลด์ 5-3 หลังต่อเวลา 120 นาที (เหย้า)


ลิเวอร์พูล ชนะ เอ็กเซเตอร์ 3-1 (เยือน)


รอบ 3 


คาร์ดิฟฟ์ ชนะดวลจุดโทษ เลสเตอร์ 7-6 หลังเสมอ 2-2 ช่วงต่อเวลา 120 นาที (เหย้า)


ลิเวอร์พูล ชนะ ไบรจ์ตัน 2-1 (เยือน)


รอบ 4 


คาร์ดิฟฟ์ ชนะ เบิร์นลีย์ 1-0 (เหย้า)


ลิเวอร์พูล ชนะ สโต๊ก 2-1 (เยือน) 


รอบ 8 ทีมสุดท้าย


คาร์ดิฟฟ์ ชนะ แบล็คเบิร์น 2-0 (เหย้า)


ลิเวอร์พูล ชนะ เชลซี 2-0 (เยือน) 


รอบรองชนะเลิศ


นัดแรก 


คาร์ดิฟฟ์ แพ้ คริสตัล พาเลซ 0-1 (เยือน)


ลิเวอร์พูล ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 (เยือน)


นัดที่ 2 


คาร์ดิฟฟ์ ชนะ คริสตัล พาเลซ 1-0 รวมผล 2 นัด เสมอ 1-1 ต่อเวลาครบ 120 นาที เสมอ 1-1 คาร์ดิฟฟ์ ชนะดวลจุโทษ 3-1 (เหย้า)


ลิเวอร์พูล เสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-2 รวมผล 2 นัด ชนะ 3-2 (เหย้า)


นัดชิงชนะเลิศ


คาร์ดิฟฟ์  ?-?  ลิเวอร์พูล



เดิมพันแชมป์คาร์ลิ่ง!หงส์จัดซัวนำยิงคาร์ดิฟฟ์ #12bet






  "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เตรียมจัดทัพเต็มอัตราศึก โดยแผงหน้า หลุยส์ ซัวเรซ กับ แอนดี้ แคร์โรลล์ จะลงผนึกคมแข้งลุ้นปิดสกอร์ เกมพบกับ "เดอะ บลูเบิร์ดส์" คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ในศึกฟุตบอล คาร์ลิ่ง คัพ รอบชิงชนะเลิศ คืนวันอาทิตย์ที่ 26 ก.พ. ศกนี้ 


ปรีวิว ฟุตบอล คาร์ลิ่ง คัพ รอบชิงชนะเลิศ
วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2555
ลิเวอร์พูล     -     คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ (ชปช) 




สนาม : เวมบลีย์






        เคนนี่ ดัลกลิช กุนซือ หงส์แดง เอาจริงเอาจังกับบอลถ้วยทั้งเอฟเอ คัพ และ คาร์ลิ่ง คัพ ในฤดูกาลนี้ โดยจัดทัพชุดใหญ่ลงสนามมาทุกรอบ ล่าสุดก็ถล่ม ไบรท์ตัน 6-1 ในเอฟเอ คัพ รอบ 5 สัปดาห์ที่แล้ว




        สภาพทีมถือว่าสมบูรณ์พร้อมมากทีเดียว เคร็ก เบลลามี่ กองหน้าตัวจี๊ด หายเจ็บหลังกลับมาลงซ้อมในสัปดาห์นี้แล้ว และพร้อมเจอกับทีมบ้านเกิด และต้นสังกัดเก่า คาร์ดิฟฟ์ ที่เป็นสโมสรจากเวลส์ด้วย




        แผงหลัง ดาเนี่ยล แอ็กเกอร์ ที่ได้พักใช้งานในเกมเอฟเอ คัพ ก็พร้อมกลับมาประจำการร่วมกับ มาร์ติน สเคอร์เทล แล้วด้วย ทำให้ เจมี่ คาร์ราเกอร์ ตัวเก๋า ต้องหลุดไปนั่งสำรองตามเดิม




        การจัดทัพในเกมนี้ของ ดัลกลิช จึงเป็นงานยากสุดๆ โดยเฉพาะแดนหน้าที่มีตัวเลือกครบครัน ไม่ว่าจะเป็น หลุยส์ ซัวเรซ, แอนดี้ แคร์โรลล์, เดิร์ค เค้าท์ และ เคร็ก เบลลามี่




        ไม่ต่างอะไรกับแดนกลางที่สมบูรณ์พร้อมลงสนาม ทั้ง สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ชาร์ลี อดัม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง, มักซี่ โรดริเกซ, เจย์ สเปียริ่ง และ จอนโจ เชลวี่ย์




        สิบเอ็ดคนแรกคาดว่า โฆเซ่ เรน่า เฝ้าเสา แผงหลัง เกล็น จอห์นสัน, มาร์ติน สเคอร์เทล, ดาเนี่ยล แอ็กเกอร์, โฆเซ่ เอ็นริเก้ แดนกลาง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ชาร์ลี อดัม, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง คู่หน้า หลุยส์ ซัวเรซ กับ แอนดี้ แคร์โรลล์




        ทางฝั่ง มัลกี้ แม็คเคย์ กุนซือ เดอะ บลูเบิร์ดส์ ตั้งหน้าตั้งตารอคอยเกมนี้อย่างเต็มที่ แม้ผลงานในลีกแชมเปี้ยนชิพนัดล่าสุดจะย่ำแย่ บุกพ่าย อิปสวิช ยับเยิน 0-3 แต่ก็ยังเกาะอยู่อันดับ 5 ของตาราง




        สภาพทีม แม็คเคย์ ต้องรอทดสอบความฟิต มาร์ค ฮัดสัน กองหลังที่เจ็บน่อง กับ สตีเฟ่น แม็คเฟล กองกลางที่ป่วย (โซเกรน ซินโดรม) โดยรายหลังพลาดช่วยทีมมาแล้วถึง 4 นัด




        ตำแหน่งผู้รักษาประตู ทอม ฮีตัน ฮีโร่ของทีมจากรอบที่แล้ว ที่ดวลจุดโทษเอาชนะ คริสตัล พาเลซ หายเจ็บข้อเท้าพร้อมเป็นตัวเลือกก่อนหน้า เดวิด มาร์แชลล์ หลังได้รับโอกาสลงเล่นถ้วยใบนี้




        การจัดทีม ทอม ฮีตัน ลงเฝ้าเสา แผงหลัง ดาร์ซี่ เบล๊ค, แอนโธนี่ เจอร์ราร์ด, เบน เทอร์เนอร์, แอนดรูว์ เทย์เลอร์ กองกลาง ดอน คาววี่, ฟิลิป คิสส์, อารอน กุนนาร์สสัน, ปีเตอร์ วิตติงแฮม คู่หน้า เคร็ก คอนเวย์ กับ เคนนี่ มิลเลอร์




รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม




        ลิเวอร์พูล : โฆเซ่ เรน่า - เกล็น จอห์นสัน, มาร์ติน สเคอร์เทล, ดาเนี่ยล แอ็กเกอร์, โฆเซ่ เอ็นริเก้ - จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ชาร์ลี อดัม, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง - หลุยส์ ซัวเรซ, แอนดี้ แคร์โรลล์




        คาร์ดิฟฟ์ : ทอม ฮีตัน - ดาร์ซี่ เบล๊ค, แอนโธนี่ เจอร์ราร์ด, เบน เทอร์เนอร์, แอนดรูว์ เทย์เลอร์ - ดอน คาววี่, ฟิลิป คิสส์, อารอน กุนนาร์สสัน, ปีเตอร์ วิตติงแฮม - เคร็ก คอนเวย์, เคนนี่ มิลเลอร์




        ผู้ตัดสิน : มาร์ค แคล็ตเทนเบิร์ก




เผยเส้นทางคาร์ดิฟฟ์หืดจับกว่าจะชิง




        เผยเส้นทางของสองทีมคู่ชิงชนะเลิศ คาร์ลิ่ง คัพ ประจำฤดูกาล 2011-12 ต่างกันสุดขั้ว คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ทีมต่ำชั้นกว่าจากศึกแชมเปี้ยนชิพ ต้องเหนื่อยหนักเกือบจะทุกรอบกว่าจะหลุดมาเหยียบ เวมบลีย์ ขณะที่ ลิเวอร์พูล ตบเท้าเข้ามาแบบสบายๆ แม้ต้องเล่นเป็นทีมเยือนถึง 4 รอบด้วยกัน




        เดอะ บลูเบิร์ดส์ เจองานหนักตั้งแต่รอบ 1, 2 และ 3 กว่าจะผ่าน อ็อกซ์ฟอร์ด, ฮัดเดอร์สฟิลด์ และ เลสเตอร์ ต้องเล่นถึงช่วงต่อเวลาทั้งหมด โดยเกมรอบ 3 ต้องดวลจุดโทษผ่านเข้ารอบมา ขณะที่รอบ 4 กับรอบ 5 ชนะ เบิร์นลี่ย์ และ แบล็คเบิร์น ใน 90 นาที ก่อนที่รอบรองชนะเลิศ 2 นัด จะเสมอ คริสตัล พาเลซ และต้องวัดดวงด้วยการดวลเป้าชนะอีกครั้ง




        ส่วนทางฝั่ง หงส์แดง เล่นเกมแรกคือรอบ 2 ผ่าน เอ็กเซเตอร์, รอบ 3 ผ่าน ไบรท์ตัน, รอบ 4 ผ่าน สโต๊ค และ รอบ 5 ผ่าน เชลซี ซึ่งทุกเกมล้วนแต่ต้องออกไปเป็นทีมเยือนทั้งหมด กระทั่งรอบรองชนะเลิศ นัดแรก ก็ยังบุกชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนจะกลับไปเสมอ 2-2 ในบ้าน ผ่านเข้าสู่ เวมบลีย์ อย่างสวยหรู





โปรใหม่จาก 12bet คาสิโน เฉพาะวันนี้ SUPER SUNDAY * 
สัมผัสความตื่นเต้นใหม่ กับ 12BET คาสิโน ทุกวันอาทิตย์ ที่นี่!
ฝากเงิน 2000 บาท รับเพิ่มทันที ฟรี 1000 บาท!
อย่าลืม บันทึกลงในปฏิทิน แล้วทำทุกวันอาทิตย์ของคุณเป็นวันสุดพิเศษ! สนใจดูรายละเอียดได้ที่นี้นะค่ะ


http://staticpage.99383899.com/Promotion/Casino/th/casino_sign_up_bonus.html

ศึกศักดิ์ศรี!ปืนบู๊ไก่จัดอาร์วีพีวัดคมบายอร์ #12bet






  ศึกระดับยักษ์ชนยักษ์ "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล เตรียมส่ง โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ กับ แชร์วินโญ่ ลงประสานแนวรุกอีกครั้งหวังล่าตาข่าย ทีมเยือน "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ที่เตรียมส่ง เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ลงหวังยิงหักกระบอกปืนโตถึงถิ่น ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวัน อาทิตย์ที่ 26 ก.พ. ศกนี้





ปรีวิว  ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2555
อาร์เซน่อล      -      สเปอร์ส








สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม




        อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือ ปืนใหญ่ กำลังอยู่ในช่วงเสียศูนย์ หลังแพ้ เอซี มิลาน 0-4 นัดแรกรอบ 16 ทีมสุดท้าย แทบจะตกรอบแชมเปี้ยนส์ ลีก 100 เปอร์เซนต์แล้ว และในเอฟเอ คัพ ก็ยังแพ้ ซันเดอร์แลนด์ ตกรอบ 5 ด้วย




        สภาพทีมปัญหายังรุมเร้า โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ (เข่า) กับ คีแรน กิ๊บบ์ส (โคนขาหนีบ) บาดเจ็บต้องรอทดสอบความฟิตอีก ก่อนหน้านี้ แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ (ข้อเท้า) กับ เซบาสเตียง สกิลลาชี่ (โคนขาหนีบ) ก็เจ็บอยู่แล้ว




        แดนกลางยังเสีย อารอน แรมซี่ย์ เจ็บข้อเท้าเพิ่ม และดาวรุ่ง ฟร็องซิส โกเกแล็ง ก็มาเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าไปอีกจากเกมล่าสุด ก่อนหน้านี้ก็มี อันเดร ซานโต๊ส (ข้อเท้า), อาบู ดิยาบี้ (เอ็นหลังหัวเข่า) และ แจ็ค วิลเชียร์ (ข้อเท้า)




        อย่างไรก็ตาม ข่าวดีพอมี เมื่อจะได้ คาร์ล เจนกินสัน แบ็กขวาหายเจ็บหลังกลับมาอยู่ในทีมแล้ว โดยเกมสำคัญ ลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ วันอาทิตย์นี้ เวนเกอร์ จะเรียก วอยเช็ก เชสนี่, โทมัส โรซิชกี้, ธีโอ วัลค็อตต์ คืนตัวจริง




        การจัดทัพ วอยเช็ก เชสนี่ เฝ้าเสา แนวรับ คาร์ล เจนกินสัน, โยฮัน ฌูรู, โธมัส แฟร์มาเล่น, บาการี่ ซานญ่า แดนกลาง โทมัส โรซิชกี้, อเล็กซ์ ซง, มิเกล อาร์เตต้า ส่วนสามกองหน้า ธีโอ วัลค็อตต์, แชร์วินโญ่, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่




        ทางฝั่ง แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ กุนซือ ไก่เดือยทอง เกมล่าสุดมีสะดุดเหมือนกัน หลังบุกเสมอ สตีฟเนจ ทีมลีกวัน 0-0 ในเอฟเอ คัพ รอบ 5 ต้องกลับมาเตะรีเพลย์ที่ ไวท์ ฮาร์ท เลน ซึ่งในเกมดังกล่าวมีการทดลองแผน 3-5-2 ตั้งแต่ต้นเกมด้วย




        สภาพทีมมีข่าวดีในแดนหน้า เมื่อ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ที่เจ็บเข่า และ ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ที่เจ็บน่อง สามารถกลับมาซ้อมได้แล้วทั้งคู่ มีโอกาสกลับคืนทีมไม่น้อยทีเดียว




        เบอนัวต์ อัสซู-เอก็อตโต้ แบ็กซ้ายที่เจ็บโคนขาหนีบ และ ลูก้า โมดริช จอมทัพที่ป่วย ไม่มีชื่อในเกมเอฟเอ คัพ ทั้งคู่ ก็คาดว่าจะพร้อมสำหรับเกมใหญ่ที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม




        เลดลี่ย์ คิง กองหลังกัปตันทีม ต้องรอทดสอบความฟิตจากปัญหาที่เข่าเรื้อรัง เช่นเดียวกับ ซานโดร กองกลางบราซิล ที่เจ็บน่อง แต่ในราย วิลเลียม กัลลาส เจ็บน่อง กับ ทอม ฮัดเดิลสตัน เจ็บข้อเท้า พลาดช่วยทีมแน่นอน




        ทีมตัวจริงเรียก แบร๊ด ฟรีเดล คืนเฝ้าเสา แผงหลัง ไคล์ วอล์คเกอร์, เลดลี่ย์ คิง, ยูเนส กาบุล, เบอนัวต์ อัสซู-เอก็อตโต้ กองกลาง อารอน เลนน่อน, สกอตต์ พาร์เกอร์, ลูก้า โมดริช, แกเร็ธ เบล แดนหน้า ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ประสานงานกับ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์




รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม




        อาร์เซน่อล : วอยเช็ก เชสนี่ - คาร์ล เจนกินสัน, โยฮัน ฌูรู, โธมัส แฟร์มาเล่น, บาการี่ ซานญ่า - โทมัส โรซิชกี้, อเล็กซ์ ซง, มิเกล อาร์เตต้า - ธีโอ วัลค็อตต์, แชร์วินโญ่, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่




        สเปอร์ส : แบร๊ด ฟรีเดล - ไคล์ วอล์คเกอร์, เลดลี่ย์ คิง, ยูเนส กาบุล, เบอนัวต์ อัสซู-เอก็อตโต้ - อารอน เลนน่อน, สกอตต์ พาร์เกอร์, ลูก้า โมดริช, แกเร็ธ เบล - ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท - เอ็มมานูเอล อเดบายอร์




        ผู้ตัดสิน : ไมค์ ดีน




ไก่ 4 นัดหลังในลีกไม่แพ้ปืน




        ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เป็นฝ่ายไม่แพ้ อาร์เซน่อล ในเกมพรีเมียร์ลีกมา 4 นัดติดต่อกันแล้ว หนึ่งในนั้นเป็นการบุกชนะที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปีที่ ไก่เดือยทอง ทำได้ในเกมลีกด้วย




        ฤดูกาลนี้ สเปอร์ส เปิดบ้าน ไวท์ ฮาร์ท เลน เอาชนะ อาร์เซน่อล มาก่อนแล้ว 2-1 และพวกเขาก็มองหาชัยชนะทั้งเหย้าและเยือนในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ที่เคยทำได้เมื่อฤดูกาล 1992-93 ครั้งนั้น ไก่เดือยทอง เปืดบ้านชนะ 1-0 ก่อนบุกชนะ 3-1




        การพบกันของสองทีมนี้ยังการันตีได้ว่าจะเป็นเกมที่สนุกตื่นเต้นและมีประตูเกิดขึ้นค่อนข้างแน่ เพราะ 32 นัดหลังสุดที่พบกันทั้งในลีกและบอลถ้วย มีเสมอ 0-0 เพียงแค่เกมเดียวเท่านั้น




อาร์วีพีกระตุ้นปืนต้องชนะไก่ให้ได้




        โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ กัปตันทีม อาร์เซน่อล กระตุ้นเพื่อนร่วมทีมต้องเปิดรัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในศึกพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ ให้ได้สถานเดียว หลังจากตามหลังทีมคู่ปรับร่วมแถบลอนดอนเหนือ ถึง 10 คะแนน




        ฟาน เพอร์ซี่ มองว่าชัยชนะเท่านั้นจึงจะเพียงพอสำหรับศึกดาร์บี้ลอนดอนเหนือครั้งนี้ โดยกล่าวกับเว็บไซต์ทางการของสโมสรว่า "จะมีทางไหนที่ทำให้สิ่งต่างๆ กลับเข้าที่อีกครั้ง ได้ดีไปกว่าการเอาชนะ สเปอร์ส"




        "ผมอยากจะเล่นกับพวกเขาตอนนี้มากกว่าครั้งไหนๆ และเรารู้ว่าชนะเป็นสิ่งสำคัญมาก ผมไม่คิดว่าจะมีใครปฏิเสธว่า สเปอร์ส ไม่ใช่ทีมที่ดี และพวกเขาเพิ่มความสม่ำเสมอเข้าไปในฤดูกาลนี้ พวกเขาเอาชนะในเกมยากๆ ได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะก้าวไปสู่การเป็นทีมชั้นนำ"




        "สเปอร์ส ลงทุนเงินไปมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และเมื่อคุณมองไปที่ตัวเลข มันสะท้อนออกมาในตำแหน่งลีกของพวกเขา นักเตะคุณภาพอย่าง (ราฟาเอล) ฟาน เดอร์ ฟาร์ท, (เอ็มมานูเอล) อเดบายอร์, (แกเร็ธ) เบล, (ลูก้า) โมดริช และ (อารอน) เลนน่อน ช่วยให้คุณเอาชนะเกมได้ แม้มันจะยากลำบาก พวกเขาคนใดคนหนึ่งสามารถก้าวออกมา และสร้างความแตกต่างได้"




        ดาวยิงทีมชาติฮอลแลนด์ ต้องการให้ "เดอะ กันเนอร์ส" ทำคะแนนหนีจากคู่แข่งลุ้นโควตาแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ไล่ตามมาติดๆ กล่าวว่า "พวกเขา (สเปอร์ส) อยู่เหนือเราเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี แต่มันอยู่ในมือเราที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ เอาชนะเกมนี้ และขยับไปใกล้พวกเขา ผลเสมอไม่เป็นผลดีสำหรับเรา นี่เป็นเกมที่เราต้องทำคะแนนไล่ตาม สเปอร์ส พร้อมต่อสู้กับทีมคู่แข่งโควตาแชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย"




โปรแกรมฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
20.30 น. อาร์เซน่อล - สเปอร์ส 
20.30 น. นอริช ซิตี้ - แมนฯ ยูไนเต็ด 
22.00 น. สโต๊ค ซิตี้ - สวอนซี ซิตี้




โปรใหม่จาก 12bet คาสิโน เฉพาะวันนี้ SUPER SUNDAY * 
สัมผัสความตื่นเต้นใหม่ กับ 12BET คาสิโน ทุกวันอาทิตย์ ที่นี่!
ฝากเงิน 2000 บาท รับเพิ่มทันที ฟรี 1000 บาท!
อย่าลืม บันทึกลงในปฏิทิน แล้วทำทุกวันอาทิตย์ของคุณเป็นวันสุดพิเศษ! สนใจดูรายละเอียดได้ที่นี้นะค่ะ


http://staticpage.99383899.com/Promotion/Casino/th/casino_sign_up_bonus.html

ผีลุ้นซิวจี้เรือ!ส่งรูน-เวลเบ็คผนึกฟัดนกขมิ้น #12bet






 "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการเก็บสามแต้มเกมนี้เป็นอย่างยิ่งเพื่อโอกาสไล่ตามติด แมนฯ ซิตี้ อริร่วมเมือง โดย เวย์น รูนี่ย์ กับ แดนนี่ เวลเบ็ค จะได้ลงผนึกคงแข้งบุกหวังหลอน "นกขมิ้นเหลือง" นอริช ซิตี้ ที่ผลงานในลีกทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว ตามชมและเชียร์ได้ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอาทิตย์ที่ 26 ก.พ. ศกนี้



ปรีวิว  ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2555
นอริช ซิตี้    -      แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด






สนาม : แคร์โรว์ โร้ด




        นกขมิ้นเหลืองอ่อน ของกุนซือ พอล แลมเบิร์ต เพิ่งพาทีมตกรอบ 5 เอฟเอ คัพ ด้วยน้ำมือ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมจากแชมเปี้ยนชิพ แต่เป้าหมายสำคัญของพวกเขาก็อยู่ที่พรีเมียร์ลีกมากกว่า




        สภาพทีมเกมนี้ แซค วิตเบรด เซนเตอร์ฮาล์ฟตัวหลัก อาจคืนทีม หลังหายเจ็บเอ็นหลังหัวเข่ากลับมาแล้ว แต่ยังขาด ดาเนี่ยล อยาล่า กองหลังที่ยืมมาจาก ลิเวอร์พูล ยังเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าอยู่




        มาร์ค เทียร์นี่ย์ แบ็กซ้าย หายเจ็บโคนขาหนีบ และ จอนนี่ ฮาวสัน ก็หายเจ็บเข่ากลับคืนทีมทั้งคู่ แต่อาจยังไม่พร้อมคืนสนามในเกมวันอาทิตย์นี้




        แลมเบิร์ต จะเรียกตัวหลักอย่าง จอห์น รัดดี้ ประตูมือ 1 กลับมาเฝ้าเสาตามปกติ รวมทั้ง แบร๊ดลี่ย์ จอห์นสัน, แอนดรูว์ เซอร์แมน และ แกรนท์ โฮล์ท ก็จะคืนตัวจริงด้วย




        การจัดทัพ จอห์น รัดดี้ ลงเฝ้าเสา แนวรับ รัสเซลล์ มาร์ติน, แซค วิตเบรด, เอลเลียตต์ วอร์ด, อดัม ดรูรี่ แดนกลาง แอนโธนี่ พิลคิงตัน, แบร๊ดลี่ย์ จอห์นสัน, เวสลี่ย์ ฮูลาแฮน, แอนดรูว์ เซอร์แมน คู่หน้า สตีฟ มอริสัน กับ แกรนท์ โฮล์ท




        ทางฝั่ง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือ ปีศาจแดง เพิ่งพลาดท่าในเกมยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้าย นัดสอง ที่พ่ายคาบ้านต่อ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 1-2 ทั้งที่นำเร็วจาก ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ แต่ยังดีที่ผ่านเข้ารอบได้




        สภาพทีมเกมลีกวันอาทิตย์นี้ จะเรียกตัวหลักๆ อย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์ กลับคืนตัวจริง หลังพักใช้งานในเกมยุโรป อีกคนคือ เวย์น รูนี่ย์ กองหน้าคนสำคัญ ที่ไม่มีชื่อเมื่อวันพฤหัสบดีเช่นกัน เพราะป่วย (ติดเชื้อที่ลำคอ) ด้วย




        อันเดอร์ส ลินเดการ์ด กับ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ยังคงบาดเจ็บอยู่ แต่ข่าวดีคือ อันแดร์สัน หายเจ็บเข่า และ ไมเคิ่ล โอเว่น หายเจ็บต้นขา กลับมาซ้อมแล้วทั้งคู่ แต่ยังคงไม่น่ามีชื่อในเกมนี้




        นอกจาก เฟอร์ดินานด์ ที่จะคืนตัวจริงแล้ว จอนนี่ อีแวนส์ กับ ปาทริซ เอวร่า ก็จะคืนแนวรับทั้งคู่ด้วย ส่วนแดนกลาง ไมเคิ่ล แคร์ริค ก็กลับมาเป็นตัวตัดเกม ส่วนอีกตำแหน่ง พอล สโคลส์ หรือ ไรอัน กิ๊กส์ ต้องแย่งกันลงเล่น




        แดนหน้า เวย์น รูนี่ย์ จะกลับมายืนคู่ แดนนี่ เวลเบ็ค ทำให้ ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ และ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ต้องหลุดไปนั่งสำรอง โดยรายหลังอาจหลุดโผจากข้างสนามด้วย




        สิบเอ็ดคนแรก ดาบิด เด เคอา เฝ้าเสา แผงหลัง ฟิล โจนส์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, จอนนี่ อีแวนส์, ปาทริซ เอวร่า กองกลาง นานี่, ไมเคิ่ล แคร์ริค, ไรอัน กิ๊กส์, แอชลี่ย์ ยัง คู่หน้า เวย์น รูนี่ย์ กับ แดนนี่ เวลเบ็ค




รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม




        นอริช : จอห์น รัดดี้ - รัสเซลล์ มาร์ติน, แซค วิตเบรด, เอลเลียตต์ วอร์ด, อดัม ดรูรี่ - แอนโธนี่ พิลคิงตัน, แบร๊ดลี่ย์ จอห์นสัน, เวสลี่ย์ ฮูลาแฮน, แอนดรูว์ เซอร์แมน - สตีฟ มอริสัน, แกรนท์ โฮล์ท




        แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา - ฟิล โจนส์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, จอนนี่ อีแวนส์, ปาทริซ เอวร่า - นานี่, ไมเคิ่ล แคร์ริค, ไรอัน กิ๊กส์, แอชลี่ย์ ยัง - เวย์น รูนี่ย์, แดนนี่ เวลเบ็ค




        ผู้ตัดสิน : อันเดร มาร์ริเนอร์




โปรแกรมฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
20.30 น. อาร์เซน่อล - สเปอร์ส 
20.30 น. นอริช ซิตี้ - แมนฯ ยูไนเต็ด 
22.00 น. สโต๊ค ซิตี้ - สวอนซี ซิตี้

เอวีบีอุ่นใจ!สิงห์คืนฟอร์มไล่ทุบโบลตันยับ3-0 #12bet




 "สิงห์บลูส์" เชลซี เรียกฟอร์มเก่ง เปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ ไล่ถล่ม "เดอะ ทร็อตเตอร์" โบลตัน เละเทะ 3-0 เก็บสามคะแนนคืนความมั่นใจ พร้อมแซง อาร์เซน่อล ขึ้นไปอยู่แอันดับ4 ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา


ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2555
เชลซี   3     -     0  โบลตัน 




สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์




         "สิงบลูส์" เชลซี เปิดบ้านทำศึกชี้ชะตา อังเดร วิลลาส โบอาส ด้วยการต้อนรับ "เดอะ ทร็อตเตอร์" โบลตัน โดยเจ้าถิ่น ส่ง ฆวน มาต้า,แดเนียล สเตอร์ริดจ์ และ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา เป็นสามประสานเกมรุก ซึ่ง เฟร์นันโด ตอร์เรส มีชื่อเป็นเพียงสำรองเท่านั้น




     เริ่มเกมมาเพียง5นาที เป็นฝ่ายเจ้าถิ่น เล่นได้วูบวาบกว่า และมีโอกาสยิงทักทายก่อน จากการโชว์เดี่ยวพาบอลจากลางสนามก่อนสับไกยิงตรงกรอบเขตโทษของ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ แต่บอลไม่ผ่านมือ อดัม บ็อกดาน


     นาทีที่19 เชลซี ได้ยิงอีกครั้ง เมื่อ ฆวน มาต้า ผ่านบอลให้ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ได้สับไกนอกรอบ แต่บอลเบาและตรงตัว อดัม บ็อกดาน รับไว้แบบไม่ยากเย็น


     10นาทีต่อมา เชลซี ยังเปิดเกมรุกกดดันใส่ โบลตัน และมีจังหวะได้ลุ้น จากการปั่นด้วยเท้าซ้ายนอกกรอบของ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ แต่ อดัม บ็อกดาน ยังพุ่งปัด เซฟการเสียประตูของ โบลตัน ได้อย่างยอดเยี่ยม


     นาทีที่42 ใบเหลืองใบแรกก็โดนควักออกมาจนได้ จากจังหวะที่ ดาร์เรน แพร็ตลี่ย์ ไปเจตนาพุ่งระหว่างวิ่งเบียดกับ ไมเคิ่ล เอสเซียง ผู้ตัดสิน ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ ยกใบเหลืองลงโทษทันที


     ช่วงท้ายครึ่งแรก เป็นโบลตัน มีโอกาสได้ลุ้นทำประตูบ้าง เมื่อ ตุนกาย ซานลี่ ได้บอลไปถึงริมเส้นหลังประตู ก่อนหักเข้ากลางให้ เรียว มิยาอิชิ วิ่งมาโฉบยิงที่เสาแรก แต่บอลโด่งข้ามคานออกไป และก็เป็นแอคชั่นสุดท้าย หมดครึ่งแรกทั้งสองทีมจึงเสมอกันอยู่ 0-0


     เริ่มเกมครึ่งหลังมาเพียง3นาที แฟนสิงห์บลูส์ เหมือนยกภูเขาออกจากอก เมื่อสามารถทำประตูขึ้นนำได้ซะที เมื่อ ดาวิด ลุยซ์ พาบอลลุยขึ้นมาริมเส้นฝั่งซ้าย ก่อนพยายามเล่นชิ่งกับ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ แต่ถูกกองหลังโบลตัน สกัดไว้ได้ อย่างไรก็ตาม บอลยังกลับมาเข้าทาง ดาวิด ลุยซ์ ใช้ความาสามารถเฉพาะตัว ล็อคหลบกองหลังทีมเยือน ก่อนบรรจงยิงด้วยเท้าขวา ส่งบอลตุงตาข่ายอย่างหมดจด เชลซี นำ 1-0


     4นาทีต่อมา หลังเสียประตู โบลตัน พยายามเปิดเกมรุกสู้ และมีโอกาสได้จบจาก ไนเจล รีโอ-โคเกอร์ แต่บอลหลุดกรอบไปแบบไม่ใกล้เคียง 


     นาทีที่55 เชลซี ใกล้เคียงกับการได้ประตูอีกครั้ง เมื่อได้ลูกเตะมุมทางฝั่งขวา แฟร้งค์ แลมพาร์ด เปิดมาที่หน้าประตูให้ ดาวิด ลุยซ์ เจ้าเก่ากระโดดขึ้นโขก แต่บอลไปชนเสาออกหลังไปแบบน่าเสียดาย


     แต่แล้ว นาทีที่61 แฟนเจ้าถิ่นได้เฮกันอีกครั้ง เมื่อได้ลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายจาก แฟร้งค์ แลมพาร์ด บอลลอยมาตรงหัว ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา โขกสะบัดเต็มหัว ส่งบอลตุงตาข่าย เชลซี นำห่าง 2-0


     หลังได้ประตูที่สอง สิงห์บลูส์ ดูเหมือนคึกมากขึ้น และเกือบได้ประตูเพิ่ม เมื่อ ไมเคิ่ล เอสเซียง เก็บตกแถวสอง ส่องยิงมากลางประตู อดัม บ็อกดาน เซฟไว้ในจังหวะแรก แต่ตัวซ้ำของ เชลซี ระหว่าง บรานิสลาฟ อิวาโนวิช กับ ดาวิด ลุยซ์ ดันมาแย่งกันยิงเอง


     นาที่65 โบลตัน ทำการเปลี่ยนตัวครั้งแรก โดยส่ง มาร์วิน ซอร์เดลล์ ลงมาแทน ดาวิด เอ็นก๊อก


     10นาทีต่อมา โบลตันทำการเปลี่ยนตัวคนที่สอง ด้วยการส่ง คริส อีเกิ้ลส์ ลงมาแทน ตุนกาย ซานลี่ เช่นเดียวกับ เชลซี ที่ส่ง เฟร์นันโด ตอร์เรส ลงมาแทน ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ที่บาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว


     นาทีที่79 แฟนบอลในสแตมฟอร์ด บริดจ์ ก็ได้เริงร่าอีกครั้ง เมื่อ มาต้า ได้บอลทางริมเส้นฝั่งขวา ก่อนเปิดด้วยเท้าซ้าย ข้ามแผงกองหลังโบลตัน มาถึงเสาสองให้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด วิ่งมาวอลเลย์ด้วยเท้าขวา ส่งบอลตุงตาข่ายให้ เชลซี นำห่างถึง 3-0


  
     ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำประตูเพิ่มกันไม่ได้ หมดเวลา เชลซี จึงเอาชนะ โบลตัน ไปอย่างงดงาม 3-0 พร้อมเก็บสามคะแนน ทำแต้มแซง อาร์เซน่อล ขึ้นมาอยู่อันดับ4 






รายชื่อนักเตะของทั้งสองทีม


เชลซี(4-3-3):ปีเตอร์ เช็ก,บรานิสลาฟ อิวาโนวิช,แกรี่ เคฮิลล์,ดาวิด ลุยซ์,แอชลี่ย์ โคล,ไมเคิ่ล เอสเซียง,รามิเรส,แฟร้งค์ แลมพาร์ด,ฆวน มาต้า,แดเนียล สเตอร์ริดจ์, ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา


สำรอง :รอสส์ เทิร์นบูลล์,โอบี มิเกล,ไรอัน เบอร์ทรานด์,ราอูล เมยเรเลส,ฟลอรองต์ มาลูด้า,ซาโลมง กาลู,เฟร์นันโด ตอร์เรส


โบลตัน(4-5-1):อดัม บ็อกดาน,เกรตาร์ สไตน์สสัน,เดวิด วีเทอร์,ทิม รีม, แซม ริคเก็ตต์ส,ดาร์เรน แพร็ตลี่ย์, ตุนกาย ซานลี่,ไนเจล รีโอ-โคเกอร์,ฟาบริช มูอัมบา,เรียว มิยาอิชิ,ดาวิด เอ็นก๊อก


สำรอง:ยุสซี่ ยาสเคไลเน่น,พอล โรบินสัน,คริส อีเกิ้ลส์,แซต ไนต์,อีวาน คลาสนิก,เดดริก โบยาต้า,มาร์วิน ซอร์เดลล์


ผู้ตัดสิน:ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ 




สรุปผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
- เชลซี ชนะ โบลตัน  3 - 0
- นิวคาสเซิ่ล  เสมอ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2 - 2
- ควีนส์ปาร์ค แพ้ ฟูแล่ม  0 - 1
-  เวสต์บรอมวิช ชนะ ซันเดอร์แลนด์  4 - 0
- วีแกน เสมอ แอสตัน วิลล่า  0 - 0
- แมนฯ ซิตี้ ชนะ แบล็คเบิร์น  3 - 0



โปรใหม่จาก 12bet คาสิโน เฉพาะวันนี้ SUPER SUNDAY * 
สัมผัสความตื่นเต้นใหม่ กับ 12BET คาสิโน ทุกวันอาทิตย์ ที่นี่!
ฝากเงิน 2000 บาท รับเพิ่มทันที ฟรี 1000 บาท!
อย่าลืม บันทึกลงในปฏิทิน แล้วทำทุกวันอาทิตย์ของคุณเป็นวันสุดพิเศษ! สนใจดูรายละเอียดได้ที่นี้นะค่ะ


http://staticpage.99383899.com/Promotion/Casino/th/casino_sign_up_bonus.html






เรือเก่งในบ้าน!ต้อนกุหลาบนิ่ม3-0ทิ้งผี5แต้ม #12bet


    
เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โชว์ฟอร์มสุดแกร่งในบ้านหลังไล่ต้อนเก็บชัยเหนือ "กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์น โรเวอร์ ผู้มาเยือนไปแบบสบาย 3-0 เก็บสามแต้มสุดสำคัญพร้อมทำแต้มห่าง แมนฯ ยู รองจ่าฝูงเป็น 5 แต้มแล้ว แต่แข่งมากว่า 1 นัด ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมา




ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ
วันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2555
แมนฯ ซิตี้ 3     -     0 แบล็คเบิร์น




สนาม  : เอติฮัด สเตเดี้ยม




        "จ่าฝูง" แมนฯ ซิตี้ส่งมาริโอ บาโลเตลลี่กลับมาเป็นตัวจริงได้หลังชดใช้โทษแบนไปสี่เกม และใช้งานอดัม จอห์นสันในโผ 11 ตัวแรกเช่นกันเสียบแทนซามีร์ นาสรี่




        อย่างไรก็ดี เจ้าบ้านไม่มีแกเร็ธ แบร์รี่ที่บาดเจ็บ ขณะที่ในแนวรับมีการสลับให้ปาโบล ซาบาเลต้ากับอเล็กซานเดอร์ โคลารอฟลงบู๊ก่อนหน้าไมกาห์ ริชาร์ดส์กับกาแอล กลิชี่




        ส่วนแบล็คเบิร์นที่ขายคริสโตเฟอร์ แซมบ้ากองหลังตัวกลั่นให้อันจิ มาคาชคาล่าไปแล้วประเดิมใช้งานขุนพลใหม่มาร์คุส โอลส์สันกองกลางที่ย้ายมาร่วมทีมในเดือนม.ค.พร้อมมาร์ตินคู่แฝดปราการหลั งและมีราโดซาฟ เปโตรวิชลงบู๊ในแผงกลางอีกราย






        เขี่ยบอลได้แค่นาทีแรกเท่านั้น เรือใบสีฟ้าก็น่าจะมีสกอร์ตั้งแต่นกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำเมื่อบาโลเตลลี่ได้ตวัดยิงลูกจ่ายจากเส้นหลังกราบขวา แต่ถูกพอล โรบินสันปัดได้ที่เสาแรก




        แมนฯ ซิตี้ค่อยๆหาโอกาสของตัวเองต่อไปโดยไม่เร่งรีบ  ก่อนจะมีเสียวอีกหนในนาทีที่ 22 จากจังหวะที่ซาบาเลต้าเติมเกมขึ้นมาตักบอลจากกราบขวาไปเสาไกล แต่บาโลเตลลี่โขกจากระยะหกหลาไม่เต็ม บอลโดนหัวไหล่หลุดออกไปอย่างน่าใจหายใจคว่ำ




        ขยับมาอีกนาทีเดียว แกรนท์ แฮนลีย์เซ็นเตอร์ฮาล์ฟของกุหลาบไฟไปรวบบาโลเตลลี่จึงโดนจดชื่อเป็นรายแรก




        นาทีที่ 24 จอห์นสันเลื้อยขึ้นฝั่งขวาแล้วลากตัดเข้ามาเข่นแถวหน้าเขตโทษถูกโรบินสันกัปตันทีมเยือนผวาปัดได้




        จากนั้นอีกอึดใจเดียว ทีมเงินถังก็ได้ลูกฟรีคิกหน้าเขตโทษด้านซ้ายจากการทำฟาวล์ของเดวิด ฮอยเล็ตต์ใส่ซิลบา และเป็นบาโลเตลลี่ที่ปั่นไปเสาไกล แต่โรบินสันยังเซฟได้สำเร็จ




        กระทั่งนาทีที่ 30 เรือใบสีฟ้าก็ปลดล็อคได้สำเร็จจากเกมโต้กลับโดยดาบิด ซิลบาไหลบอลออกทางซ้ายให้โคลารอฟโยนจากเส้นหลังมาเสาแรกแล้วบาโลเตลลี่ตวัดยิงจากห้าหลาไม่เหลือเป็นสกอร์นำ 1-0 ของแมนฯ ซิตี้




        ถึงตรงนี้เกมของเจ้าถิ่นเริ่มไหลรื่นมากขึ้น  และอีกสี่นาทีต่อมาโคลารอฟเจ้าเก่าก็จ่ายบอลจากกราบซ้ายเข้าเสาแรกให้ซิลบาซัดระยะแปดหลาถูกโรบินสันหุบขาบล็อคได้ทัน




        ล่วงมาถึงนาทีที่ 37 เรือใบสีฟ้าได้ลูกเตะมุมด้านซ้ายแล้วแว็งซ็อง ก็องปานีตอกส้นระยะหกหลาที่เสาแรกถูกโรบินสันผวาปัดไปที่เสาไกล แต่ยาย่า ตูเร่เข้าซ้ำด้วยลูกวอลเลย์ระยะหกหลาหลุดกรอบไปแค่เส้นยาแดงผ่าแปด




        ท้ายครึ่งแรกเจ้าบ้านลุยอีกเฮือก และในช่วงทดเวลาเจ็บบาโลเตลลี่ก็เก็บบอลแถวเส้นหลังด้านขวาได้จึงป้ายให้ยาย่า  ตูเร่ตวัดยิงจาก 14 หลาเฉี่ยวเสาแรกออกไป




        อึดใจต่อมา กองหลังแบล็คเบิร์นให้บอลกันพลาดอีก บาโลเตลลี่จึงโยนยาวเข้าเขตโทษด้านซ้ายให้เซร์คิโอ อเกวโร่ตามไปซัดมุมแคบถากหน้าปากประตูออกไป ครบ 45 นาทีแมนฯ ซิตี้ซึ่งเหนือกว่าชนิดเทียบกันไม่ได้จึงนำอยู่แค่ 1-0




     กลับสู่ครึ่งหลังแมนฯ ซิตี้บุกทันที และนาทีที่ 52 แบรดลีย์ ออร์กองหลังกุหลาบไฟก็โดนจดชื่อในจังหวะทำฟาวล์ก่อนที่เจ้าบ้านจะได้ลูกเตะมุมด้านขวาแล้วโรบินสันทำพลาด ปัดบอลออกมาทั้งๆที่ไม่มีใครกดดันแทนที่คว้าเอาไว้ บอลเลยตกใส่ให้อเกวโร่ตะบันระยะสิบหลาที่เสาสองเพิ่มสกอร์ให้มหาเศรษฐีหนีไปเป็น 2-0 






     ยิ่งเล่นแมนฯ ซิตี้ก็ยิ่งสนุกข้างเดียว จวบจนนาทีที่ 70 ทีมเยือนก็ปรับหมากสู้ส่งสตีเว่น เอ็นซอนซี่กับรูเบน โรชิน่าลงไปแทนเปโตรวิชกับเมาโร  ฟอร์มิก้า 






     นาทีต่อมา เรือใบสีฟ้าเปลี่ยนตัวสำรองเช่นกันให้ดาวิด ปิซาร์โร่ลงเล่นแทนจอห์นสัน และถึงนาทีที่ 79 เอดิน เชโก้ก็ถูกปล่อยลงบู๊แทนบาโลเตลลี่อีกราย 






     ให้หลังแค่สองนาที แมนฯ ซิตี้ก็เพิ่มสกอร์ได้อีกเมื่อโคลารอฟเปิดบอลยาวจากกราบซ้ายเข้าเขตโทษแล้วเชโก้โขกฝังจากสิบหลาอย่างเด็ดขาดพาเรือใบนำโด่งเป็น 3-0 






     ช่วงสี่นาทีสุดท้าย เจ้าบ้านส่งเจมส์ มิลเนอร์ลงบู๊เป็นตัวสำรองรายสุดท้ายแทนยาย่า ตูเร่ก่อนจะคว้าชัยไปอย่างสบายเกือก 3-0 ทำแต้มหนีแมนฯ ยูไนเต็ดที่มีโปรแกรมบุกไปเยือนนอริชในวันอาทิตย์เพิ่มเป็นห้าแต้ม




รายชื่อนักแตะทั้งสองทีม




     แมนฯ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, ปาโบล ซาบาเลต้า, แว็งซ็องต์ ก็อมปานี, โจเลียน เลสค็อตต์, อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ, ยาย่า ตูเร่ (เจมส์ มิลเนอร์ น.86), ไนเจล เดอ ย็อง, อดัม จอห์นสัน (ดาวิด ปิซาร์โร่ น.71), ดาบิด ซิลบา, มาริโอ บาโลเตลลี่ (เอดิน เชโก้ น.79), เซร์คิโอ อเกวโร่


     สำรองไม่ได้ใช้ : คอสเทล ปันติลิมอน, ไมกาห์ ริชาร์ดส์, กาแอล กลิชี่, ซามีร์ นาสรี่




     แบล็คเบิร์น : พอล โรบินสัน, แบร๊ดลี่ย์ ออร์, สกอตต์ แดนน์, แกรนท์ แฮนลี่ย์, มาร์ติน โอลส์สัน, เมาโร ฟอร์มิก้า (รูเบน โรชิน่า น.69), ราโดซาฟ เปโตรวิช (สตีเว่น เอ็นซอนซี่ น.69), มอร์เทน กัมส์ท พีเดอร์เซ่น, ดาวิด ฮอยเล็ตต์, มาร์คุส โอลส์สัน, ยาคูบู อเย็กเบนี่


     สำรองไม่ได้ใช้ : มาร์ค บันน์, อดัม เฮนลี่ย์, ซิมอน วุคเชวิช, เดวิด กู๊ดวิลลี่, อ็องโตนี่ โมแดสต์


     ใบเหลือง : แบร๊ดลี่ย์ ออร์, แกรนท์ แฮนลี่ย์




     ผู้ตัดสิน : ไมค์ โจนส์




     แมน ออฟ เดอะแมตช์ : อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ (แมนฯ ซิตี้) ได้รับเสียงปรบมือกึกก้องไปทั่วสนามหลังเสียงโฆษกประกาศเป็นนักเตะยอดเยี่ยมของเกมนี้ ซึ่งเขาสมควรได้รับทุกประการ จากการเปิดบอลสวยๆ ให้เพื่อนยิงสองประตู และยังเติมเกมรุกทางกราบซ้ายตลอด ได้โอกาสยิงหลายครั้งด้วยแต่ไม่เข้าเป้า




สรุปผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
- เชลซี ชนะ โบลตัน  3 - 0
- นิวคาสเซิ่ล  เสมอ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2 - 2
- ควีนส์ปาร์ค แพ้ ฟูแล่ม  0 - 1
-  เวสต์บรอมวิช ชนะ ซันเดอร์แลนด์  4 - 0
- วีแกน เสมอ แอสตัน วิลล่า  0 - 0
- แมนฯ ซิตี้ ชนะ แบล็คเบิร์น  3 - 0





โปรใหม่จาก 12bet คาสิโน เฉพาะวันนี้ SUPER SUNDAY * 
สัมผัสความตื่นเต้นใหม่ กับ 12BET คาสิโน ทุกวันอาทิตย์ ที่นี่!
ฝากเงิน 2000 บาท รับเพิ่มทันที ฟรี 1000 บาท!
อย่าลืม บันทึกลงในปฏิทิน แล้วทำทุกวันอาทิตย์ของคุณเป็นวันสุดพิเศษ! สนใจดูรายละเอียดได้ที่นี้นะค่ะ


http://staticpage.99383899.com/Promotion/Casino/th/casino_sign_up_bonus.html

เดลโปโตรเชือดซองก้าลิ่วชิงฯโอเพ่น13 #12ิำะ




ฮวน มาร์ติน เดล โปโตร แร็กเกตหนุ่มร่างโย่งชาวอาร์เจนไตน์ ทะลุเข้าสู่รอบชิงฯ รายการ โอเพ่น 13 ได้สำเร็จ หลังเชือด โจ-วิลเฟร็ด ซองก้า มือ 1 ขวัญใจเจ้าถิ่น สุดมันส์ 2-1 เซต ส่วนรอบตัดเชือกอีกคู่ ยานโก้ ทิปซาเรวิช มือ 3 จากเซอร์เบีย พลิกล็อกแพ้ มิเชล โลดร้า 0-2 เซต 




        สรุปผลการแข่งขันเทนนิส เอทีพี ทัวร์ รายการ โอเพ่น 13 ชิงเงินรางวัลรวม 512,750 ยูโร (ประมาณ 22 ล้านบาท) ที่เมืองมาร์กเซย ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา 


ประเภทชายเดี่ยว รอบรองชนะเลิศ 
- ฮวน มาร์ติน เดล โปโตร (อาร์เจนตินา, มือ 4) ชนะ โจ-วิลเฟร็ด ซองก้า (ฝรั่งเศส, มือ 1) 2-1 เซต 6-4, 6-7 (9-11), 6-3 
- มิเชล โลดร้า (ฝรั่งเศส) ชนะ ยานโก้ ทิปซาเรวิช (เซอร์เบีย, มือ 3) 2-0 เซต 6-4, 7-6 (12-10)





โปรใหม่จาก 12bet คาสิโน เฉพาะวันนี้ SUPER SUNDAY * 
สัมผัสความตื่นเต้นใหม่ กับ 12BET คาสิโน ทุกวันอาทิตย์ ที่นี่!
ฝากเงิน 2000 บาท รับเพิ่มทันที ฟรี 1000 บาท!
อย่าลืม บันทึกลงในปฏิทิน แล้วทำทุกวันอาทิตย์ของคุณเป็นวันสุดพิเศษ! สนใจดูรายละเอียดได้ที่นี้นะค่ะ


http://staticpage.99383899.com/Promotion/Casino/th/casino_sign_up_bonus.html

ฝันที่เป็นจริง!ซัวเรซปลื้มเล่นให้หงส์ที่เวมบลีย์ #12bet






   หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอกชาวอุรุกวัยของ ลิเวอร์พูล เนื้อเต้นที่จะได้ลงเล่นที่สนามเวมบลีย์ ในเกมคาร์ลิ่ง คัพ นัดชิงดำ กับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ วันอาทิตย์นี้ บอกฝันมาตั้งแต่เด็กแล้วว่าอยากก้าวเข้ามาในสนามแห่งนี้สักครั้ง ซึ่งวันนั้นก็มาถึงจนได้ พร้อมตั้งเป้ากลายเป็นตำนานเสื้อเบอร์ 7 ของ "เร้ด แมชีน" รายต่อไปให้ได้ 




        หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัยของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ยอมรับว่า เหมือนฝันกลายเป็นจริงเลยกับการได้โอกาสลงเล่นที่สนามเวมบลีย์ ให้กับ "เร้ด แมชีน" ในเกมคาร์ลิ่ง คัพ นัดชิงชนะเลิศ กับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ 




         ซัวเรซ วัย 25 ปี กล่าวว่า "สำหรับนักเตะทุกคนมันเหมือนฝันเป็นจริงกับการได้เล่นที่เวมบลีย์ มันคงเป็นเกมที่สุดพิเศษสำหรับทั้ง 2 ทีม ผู้คนในอุรุกวัยทุกคนรู้เกี่ยวกับ เวมบลีย์ ว่ามันเป็นสนามแข่งขันของทีมชาติอังกฤษ มันมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก" 




         เมื่อถูกถามถึงการได้สวมเสื้อเบอร์ 7 ต่อจากตำนานนักเตะในถิ่น แอนฟิลด์ อย่าง เควิน คีแกน และ เคนนี่ ดัลกลิช กุนซือคนปัจจุบันนั้น ซัวเรซ เผยว่า "ตอนที่ผมย้ายมา ลิเวอร์พูล ผมไม่ทราบมาก่อนเลยว่า เควิน คีแกน และ เคนนี่ ดัลกลิช เคยใส่เสื้อเบอร์ 7 ด้วย แต่ผมก็ไม่เห็นว่ามันจะเป็นการเพิ่มแรงกดดันเลย แต่มันกลับเหมือนเป็นแรงกระตุ้นและเป็นเกียรติมากกว่าที่ใส่เสื้อเบอร์เดียวกัน ซึ่งหากผมสามารถทำได้เหมือนกับสิ่งที่พวกเขาเคยทำได้ เมื่อนั้นผมคงรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก"




         "มันอาจจะดูเกินไปหน่อย แต่ผมเป็นกองเชียร์ ลิเวอร์พูล มาโดยตลอดเมื่อผมติดตามฟุตบอลอังกฤษ เมื่อผมเป็นเด็กและเล่นเกม "เพลย์สเตชั่น" กับเพื่อน ผมมักจะเลือก ลิเวอร์พูล อยู่เสมอ พวกเราติดตามฟุตบอลอังกฤษ มาโดยตลอด มันเป็นลีกที่ดีที่สุดในโลก ดังนั้นการได้เล่นให้กับสโมสรนี้จึงเหมือนฝันเป็นจริง" ซัวเรซ ทิ้งท้าย



โปรใหม่จาก 12bet คาสิโน เฉพาะวันนี้ SUPER SUNDAY * 
สัมผัสความตื่นเต้นใหม่ กับ 12BET คาสิโน ทุกวันอาทิตย์ ที่นี่!
ฝากเงิน 2000 บาท รับเพิ่มทันที ฟรี 1000 บาท!
อย่าลืม บันทึกลงในปฏิทิน แล้วทำทุกวันอาทิตย์ของคุณเป็นวันสุดพิเศษ! สนใจดูรายละเอียดได้ที่นี้นะค่ะ


http://staticpage.99383899.com/Promotion/Casino/th/casino_sign_up_bonus.html




ดัลกลิชเร้าหงส์ซิวถ้วยคาร์ลิ่ง!หวนความยิ่งใหญ่ #12bet






   เคนนี่ ดัลกลิช กุนซือ ลิเวอร์พูล ปลุกเร้าแข้ง "หงส์แดง" ให้ตื่นตัวกลับมาเดินหน้าหาความสำเร็จอันยิ่งใหญ่คืนสู่สโมสรได้แล้ว หลังห่างหายไปนานหลายปี โดยเริ่มต้นจากเกมคาร์ลิ่ง คัพ นัดชิงดำกับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ วันอาทิตย์นี้เลย ตั้งเป้าเอาแชมป์มาครอบครองให้ได้ แต่เตือนห้ามประมาทคู่แข่งเป็นอันขาด แม้หลายฝ่ายมองว่าจะห่างชั้นกันอยู่หลายขุมก็ตามที บอกยังไงก็ต้องใส่เต็มที่ 




        เคนนี่ ดัลกลิช ผู้จัดการทีม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กระตุ้นลูกทีมให้เริ่มต้นเดินหน้าหาความสำเร็จมาสู่ทีมได้แล้วด้วยการคว้าแชมป์ คาร์ลิ่ง คัพ ฤดูกาลนี้มาครองให้ได้ โดยพลพรรค "เร้ด แมชีน" มีโปรแกรมลงประชันฝีเท้ากับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ในนัดชิงชนะเลิศ ที่สนามเวมบลีย์ วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ นี้ 




         ดัลกลิช ยืนยันจะประมาทคู่แข่งในนัดนี้ไม่ได้เลย แม้ชื่อชั้นจะแตกต่างกันอยู่พอสมควรก็ตาม โดยกล่าวว่า "มันเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สำคัญสำหรับสโมสรแห่งนี้ ซึ่งมันยังไม่อาจหาบทสรุปไม่ได้ และพวกเราก็ไม่อาจย่ามใจ พวกเรากำลังต้องเล่นกับทีมที่ประสบความสำเร็จมามากมาย ก่อนจะเข้ามาถึงนัดชิงชนะเลิศ พวกเราจะต้องเล่นกับพวกเขาอย่างเต็มที่ พร้อมให้ความเคารพต่อสิ่งที่พวกเขาทำได้ รวมไปถึงนักเตะทุกรายด้วย" 




         ขณะที่ เคร็ก เบลลามี่ กองหน้าทีมชาติเวลส์ ยอมรับรู้สึกตื่นเต้นสำหรับการได้ลงดวลแข้งกับสโมสรในบ้านเกิดของตัวเอง โดยพูดถึงเรื่องนี้ว่า "มันคงจะเป็นสถานการณ์ที่แปลก เนื่องจากมันจะเป็นครั้งแรกที่ผมได้พบกับพวกเขา พ่อของผมเป็นแฟน คาร์ดิฟฟ์ และที่นั่นก็เป็นสโมสรที่ผมมักจะเดินทางไปชมเกมเมื่อตอนที่ผมยังเป็นเด็ก"




         "ผมมีความปรารถนาเป็นอย่างมากที่จะได้พบกับพวกเขา และผมก็สามารถทำสิ่งนั้นได้ และมันก็เป็นเรื่องตลกว่าบางอย่างมันสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ผมอาจจะไม่ได้อยู่ในสนาม พวกเราต้องรอดูว่าผมจะได้เล่นหรือไม่ มันเป็นนัดชิงชนะเลิศ ที่ยิ่งใหญ่ มันเป็นอีกเหตุการณ์สำคัญของสโมสรแห่งนี้ สำหรับการเพิ่มประวัติศาสตร์, เหรียญรางวัล และถ้วยรางวัลเข้าไป มันเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญต่อเรา แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่เหลือเชื่อสำหรับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ด้วยเช่นกัน" เบลลามี่ ทิ้งท้าย 





โปรใหม่จาก 12bet คาสิโน เฉพาะวันนี้ SUPER SUNDAY * 
สัมผัสความตื่นเต้นใหม่ กับ 12BET คาสิโน ทุกวันอาทิตย์ ที่นี่!
ฝากเงิน 2000 บาท รับเพิ่มทันที ฟรี 1000 บาท!
อย่าลืม บันทึกลงในปฏิทิน แล้วทำทุกวันอาทิตย์ของคุณเป็นวันสุดพิเศษ! สนใจดูรายละเอียดได้ที่นี้นะค่ะ