ทีมยุโรป "แชมป์เก่า" พลิกกลับมาชนะในการตีวันสุดท้ายแบบซิงเกิลแมตช์เพลย์ 8 ครึ่ง ต่อ 3 ครึ่ง สกอร์รวมสามวันเอาชนะเจ้าภาพสหรัฐฯ 14 ครึ่ง ต่อ 13 ครึ่ง ป้องกันแชมป์ไรเดอร์ คัพ ครั้งที่ 39 ที่เพิ่งจบลงไปเมื่อช่วงเช้ามืดของวันจันทร์ที่ 1 ต.ค. ได้สำเร็จ
ศึกกอล์ฟประเภททีมระหว่างสหรัฐอเมริกาและยุโรป ไรเดอร์ คัพ ครั้งที่ 39 ณ สนามเมดินาห์ คันทรี คลับ ระยะ 6,713 หลา พาร์ 71 เมืองเมดินาห์ รัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 ก.ย. เป็นการแข่งวันสุดท้าย ประกบคู่ดวลแมตช์เพลย์ตัวต่อตัวแบบพบกันหมด
ผลปรากฏว่า ทีมยุโรปภายใต้การนำของ โฆเซ มาเรีย โอลาซาบัล กัปตันทีมชาวสเปน พลิกกลับมาชนะในประเภทนี้ 8 ครึ่ง ต่อ 3 ครึ่ง สกอร์รวมทั้งสามวันเอาชนะไป 14 ครึ่ง ต่อ 13 ครึ่ง ป้องกันแชมป์ ไรเดอร์ คัพหนนี้เอาไว้ได้อย่างยิ่งใหญ่ เป็นแชมป์สมัยที่ 5 ในรอบ 6 ปีหลัง
โดยออกสตาร์ท 5 คู่แรก ทีมสหรัฐฯ มาแบบผิดฟอร์มพ่ายไปก่อนทั้งหมดไล่ตั้งแต่ บับบ้า วัตสัน แพ้ ลุก โดนัลด์ 2 และ 1 (นำ 2 อัพเหลือ 1 หลุม), เว็บบ์ ซิมพ์สัน แพ้ เอียน โพลเตอร์ 2 ดาวน์, คีแกน แบรดลีย์ แพ้ รอรีย์ แม็คอิลรอย 2 และ 1, ฟิล มิคเคลสัน แพ้ จัสติน โรส 1 ดาวน์ และ แบรนด์ท สนีเดเกอร์ แพ้ให้กับ พอล ลอว์รี 5 และ 3 ทำให้ฝั่งยุโรปที่ตามอยู่ใน 2 วันแรกพลิกนำ 11-10
จากนั้นอีก 5 คู่ เป็นทีมลุงแซมชนะ 3 และ แพ้ 2 โดย ดัสติน จอห์นสัน เปิดหัวชนะ นิโคลัส โคลแซร์ตส์ 3 และ 2, แซ็ค จอห์นสัน ชนะ แกรม แม็คดาวล์ 2 และ 1 ก่อนจะมามีจุดเปลี่ยนเล็กๆ ที่ จิม ฟิวริก แพ้ เซร์คิโอ การ์เซีย ไป 1 ดาวน์ ความได้เปรียบกลับมาอยู่ที่ฝั่งยุโรปก่อน เจสัน ดัฟเนอร์ เอาชนะ ปีเตอร์ ฮานสัน 2 อัพ และ แมตต์ คูชาร์ มาพ่ายต่อ ลี เวสวูดส์ 3 และ 2 ทำให้คะแนนรวมกลับมาเท่ากันที่ 13-13 ก่อนที่ 2 คู่สุดท้ายจะตีจบ
ไฮไลท์ที่คู่สุดท้าย มาร์ติน คายเมอร์ เล่นหลุมสุดท้ายสกอร์นำ สตีฟ สตริคเกอร์ อยู่ 1 อัพ และเซฟพาร์ได้สำเร็จ คว้าแต้มสำคัญให้ทีมยุโรปนำ 14-13 สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้ตามกฏของแชมป์เก่าโดยไม่ต้องสนใจผลคู่สุดท้ายของ ไทเกอร์ วูดส์ ที่นำ ฟรานเชสโก้ โมลินารี อยู่ 1 อัพ ก่อน "พญาเสือ" จะชิพเข้ามาลุ้นพัตต์เซฟพาร์ทำแต้มไล่ตีเสมอ ทว่าด้วยความกดดันพัตต์ 5 ฟุตไม่ลงดื้อๆ ยอมจับมือแบ่งแต้มกับโปรรุ่นน้องไป
สำหรับการแข่ง ไรเดอร์ คัพ ครั้งที่ 40 จะกลับมาแข่งอีกครั้งในอีก 2 ปี ข้างหน้า โดยเป็นคิวของทีมยุโรปรับเป็นเจ้าภาพ ณ สนาม กลีเนเกิลส์ โฮเตล ในบ่ายเพิร์ทเชียร์ ประเทศสกอตแลนด์ ช่วงระหว่างวันที่ 26-28 ก.ย. ปี 2014
ทัพก้านหล็กสหรัฐฯ ยังคงร้อนแรงต่อเนื่องเก็บแต้มเพิ่มนำทีมยุโรปห่างเป็น 10-6 ในการกอล์ฟไรเดอร์คัพ แข่งวันที่ 2 แบบโฟร์ซัม และ โฟร์บอล เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ก่อนจะตัดสินแชมป์ในวันสุดท้ายแบบซิงเกิลแมตช์เพลย์ ในคืนวันอาทิตย์นี้
กอล์ฟประเภททีมระหว่างสหรัฐอเมริกา และ ยุโรป ศึกไรเดอร์ คัพ ครั้งที่ 39 ที่สนามเมดินาห์ คันทรี คลับ ระยะ 6,713 หลา พาร์ 71 เมืองเมดินาห์ รัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันเสาร์ที่ 29 ก.ย. เป็นการแข่งวันที่สอง โดยใช้รูปแบบเดียวกับในวันแรกคือช่วงเช้าแข่งแบบโฟร์ซัม และแข่งโฟร์บอลช่วงบ่าย
โดยวันนี้ เดวิส เลิฟ เดอะเธิร์ด กัปตันทีมเมืองมะกันตัดสินใจพัก ไทเกอร์ วูดส์ อดีตโปรมือ 1 ของโลกที่วันแรกแพ้มาทั้ง 2 แมตช์ไว้ในการแข่งโฟร์ซัม ซึ่งผลปรากฏว่าในคู่แรก บับบา วัตสัน และ เว็บบ์ ซิมพ์สัน แพ้ เอียน โพลเตอร์ กับ จัสติน โรส ไปก่อน 1 ดาวน์ ช่วยให้ทีมยุโรปทีมตามอยู่ในวันแรก 3-5 ไล่ขึ้นมาเป็น 4-5
อย่างไรก็ตาม 3 คู่ที่เหลือในช่วงเช้าเป็นทีมเจ้าถิ่นกำชัยได้ทั้งหมด โดยไล่จาก คีแกน แบรดลี่ย์ คู่ ฟิล มิคเคลสัน ชนะ ลี เวสวูดส์ กับ ลุก โดนัลด์ ขาดลอย 7 และ 6 (นำ 7 อัพเหลือ 6 หลุม) เจสัน ดัฟเนอร์ ที่คู่กับ แซ็ค จอห์นสัน เอาชนะ นิโคลัส โคลแซร์ตส์ กับ เซร์คิโอ การ์เซีย 2 และ 1 โดยปิดที่ จิม ฟิวริก กับ แบรนด์ท สนีเดเกอร์ ชนะ รอรีย์ แม็คอิลรอย ที่จับคู่กับ แกรม แม็คดาวล์ อีก 1 อัพ นำห่างไปไกล 8-4
ขณะที่การแข่งโฟร์บอลช่วงบ่าย ดัสติน จอห์นสัน และ แมตต์ คูชาร์ เอาชนะ นิโคลัส โคลแซร์ตส์ กับ พอล ลอว์รี่ ได้ก่อน 1 อัพ ก่อนที่ บับบา วัตสัน และ เว็บบ์ ซิมพ์สัน คู่หูฟอร์มร้อนแรงของสหรัฐฯ จะเอาชนะ จัสติน โรส กับ ฟรานเชสโก โมลินารี อีก 5 และ 4
ทว่าทีมยุโรปได้ เซร์คิโอ การ์เซีย ที่จับคู่กับ ลุก โดนัลด์ ชนะ สตีฟ สตริคเกอร์ กับ ไทเกอร์ วูดส์ ที่มาลงในรอบนี้อีกครั้ง 1 อัพ และคู่ของ รอรี่ แม็คอิลรอย กับ เอียน โพลเตอร์ ที่ทำผลงานสุดหรู ชนะ เจสัน ดัฟเนอร์ กับ แซ็ค จอห์นสัน ของเจ้าบ้านไปอีกด้วยสกอร์เดียวกัน 1 อัพ ไล่ตามตีเสมอในประเภทนี้เป็น 2-2 สำเร็จ
สรุปผลคะแนนร่วมหลังผ่าน 2 วันแรก ทีมสหรัฐฯ นำอยู่ที่ 10-6 โดยโปรแกรมในวันสุดท้ายจะเป็นการประกบคู่ดวลกันตัวต่อตัวทั้ง 12 คน และทีมใดเก็บแต้มได้ถึง 14 ครึ่งได้ก่อนจะเป็นผู้คว้าถ้วยแชมป์กอล์ฟไรเดอร์ คัพ ครั้งที่ 39 ไปครอง
ก้านเหล็กสหรัฐอเมริกา ชิงความได้เปรียบในประเภทโฟร์บอลในรอบบ่าย ออกนำ "แชมป์เก่า" ทีมยุโรป ไปก่อน 5-3 แต้ม ในการแข่งขันกอล์ฟประเภททีมไรเดอร์ คัพ 2012 วันแรก ที่เมืองเมดินาห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อคืนวันศุกร์ที่ ผ่านมา
กอล์ฟประเภททีมระหว่างสหรัฐอเมริกา และ ยุโรป ศึกไรเดอร์ คัพ ครั้งที่ 39 ที่สนามเมดินาห์ คันทรี คลับ ระยะ 6,713 หลา พาร์ 71 เมืองเมดินาห์ รัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันศุกร์ที่ 28 ก.ย. เป็นการประเดิมแข่งวันแรก โดยในช่วงเช้าเป็นการแข่งแบบโฟร์ซัมม (เล่นแบบคู่ผู้เล่นในทีมผลัดกันตีลูกกอล์ฟลูกเดียว) และช่วงบ่าย โฟร์บอล (เล่นแบบคู่ตีลูกกอล์ฟคนละลูก)
ผลปรากฏว่าในช่วงเช้า ทั้งสองทีมสู้กันอย่างสูสี ทีมสหรัฐฯ ที่เป็นรองในการแข่งแบบโฟร์ซัมมาตลอดได้ผลการแข่งที่ต้องการโดยเสมอกันไป 2-2 รอรีย์ แม็คอิลรอย และ แกรม แม็คดาวล์ ชนะ จิม ฟิวริก กับ แบรนด์ท สนีเดเกอร์ 1 อัพ, ฟิล มิคเคลสัน และ คีแกน แบรดลีย์ ชนะ ลุก โดนัลด์ กับ เซร์คิโอ การ์เซีย 4 และ 3 (นำ 4 อัพ เหลือ 3 หลุม)
ขณะที่ เจสัน ดัฟเนอร์ และ แซ็ค จอห์นสัน ชนะ ลี เวสต์วูดส์ ที่จับคู่กับ ฟรานเชสโก โมลินารี 3 และ 2 ส่วนไฮไลท์ในคู่สุดท้าย สตีฟ สตริคเกอร์ มาจับคู่กับ "พญาเสือ" ไทเกอร์ วูดส์ แพ้ให้กับ เอียน โพลเตอร์ กับ จัสติน โรส 2 และ 1 จบครึ่งวันแรกยังเสมอกันไป 2-2 แต้ม
จากนั้นช่วงครั้งวันหลัง ในประเภทโฟร์บอล เจ้าภาพเล่นด้วยแรงกระตุ้นและเสียงเชียร์มากกว่า ส่วนทีมยุโรปฝากความหวังไว้ได้กับ นิโคลัส โคลแซร์ตส์ โปรเบลเยี่ยมเพียงรายเดียวจึงแพ้ไป 1-3 เริ่มที่ บับบา วัตสัน และ เว็บบ์ ซิมพ์สัน ชนะ พอล ลอว์รี กับ ปีเตอร์ ฮานสัน ไป 5 และ 4 จากนั้น ฟิล มิคเคลสัน ที่คู่กับ คีแกน แบรดลี่ย์ อีกรอบเอาชนะ รอรี่ย์ แม็คอิลรอย กับ แกรม แม็คดาวล์ ได้ต่อเนื่อง 2 และ 1
ด้าน ดัสติน จอห์นสัน ที่ออกมาคู่กับ แมตต์ คูชาร์ ฟอร์มหรูเล่นตามเสียงเชียร์ต้อนชนะ จัสติน โรส และ มาร์ติน คายเมอร์ ไปอีก 3 และ 2 ก่อนมาพลาดท่าในคู่สุดท้ายของ สตีฟ สตริคเกอร์ และ ไทเกอร์ วูดส์ ที่วันนี้เล่นดีแต่ดวลไม่ขึ้น แพ้ ลี เวสต์วู้ดส์ กับ นิโคลัส โคลแซร์ตส์ ดางรุ่งฟอร์มฮอตที่เล่นได้เกินอายุไป 1 อัพ
สรุปผลหลังจบวันแรกเป็น สหรัฐ นำทีมยุโรปอยู่ 5-3 ก่อนกลับมาเล่นในวันที่สองซึ่งยังคงรูปแบบเดิมคือ โฟร์ซัมในครึ่งวันเช้าและ โฟร์บอล ในครึ่งวันบ่าย โดยทั้งสองทีมยังไม่มีการประกาศผลการประกบคู่ในวันที่ 2 ออกมา