สายชล คนเจน นักกีฬาวีลแชร์ เรซซิง ของไทย ชวดหยิบเหรียญพาราลิมปิกอย่างน่าเสียดาย หลังถูกปรับแพ้ฟาล์วในการแข่งขันประเภท 400 เมตรชาย เมื่อคืนวันที่ 7 ก.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่เหรียญทองตกเป็นของ หลี่ซิน จาง นักกีฬาของจีน
การแข่งขันกีฬาสำหรับคนพิการ "พาราลิมปิก เกมส์" ครั้งที่ 14 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยวันนี้ไฮไลต์สำคัญของนักกีฬาไทยอยู่ที่การแข่งขันวีลแชร์ เรซซิง 400 เมตรชาย ซึ่งมี สายชล คนเจน เจ้าของ 2 เหรียญทองแดงประเภท 100 เมตร และ 800 เมตร ลงแข่งขัน
ปรากฏว่า สายชล ทำผลงานเยี่ยมซิ่งวีลแชร์คู่ใจเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 3 ทว่าสุดท้ายกลับชวดเหรียญไปอย่างน่าเสียดายหลังถูกเจ้าหน้าที่ตัดสินปรับให้เป็นแพ้ฟาล์ว ทำให้เหรียญทองแดงกลายเป็นของ เชงหมิง หลิว จากจีน ไปในที่สุด ขณะที่เหรียญทองเป็นของ หลี่ซิน จาง จากจีนเช่นกัน หลังเข้าเส้นชัยคันแรกด้วยเวลา 46.88 วินาที ส่วนเหรียญเงินเป็นของ เคนนี ฟาน วีเกล จากเนเธอร์แลนด์ ด้วยเวลา 47.12 วินาที
อย่างไรก็ตาม สายชล ยังคงมีโปรแกรมลุ้นเหรียญในพาราลิมปิกอีก 1 รายการ ในประเภทวีลแชร์ เรซซิง 4x400 เมตรชาย ซึ่งจะมีการแข่งขันกันในวันเสาร์ที่ 8 กันยายนนี้
เดวิด เบคแฮม ยอมรับสุดปลาบปลื้ม หลังเจ้าภาพสหราชอาณาจักร จัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2012 ออกมาประสบความสำเร็จ รวมถึงบรรดานักกีฬา "ทีม จีบี" ที่ยังโกยเหรียญจนรั้งอันดับ 3 ในตารางเหรียญรวม
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 23 ส.ค. เดวิด เบคแคม ดาวเตะขวัญใจมหาชนวัย 37 ปี เปิดใจอีกครั้งหลังได้มีส่วนร่วมในโอลิมปิกเกมส์ 2012 "ลอนดอนเกมส์" ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในพิธีเปิดที่ทำเซอร์ไพรส์ รับบทบาทคนขับเรือสปีดโบ๊ต นำคบเพลิงมายังสนามโอลิมปิก สเตเดียม สถานที่แสดงพิธีเปิดการแข่งขัน เผยสุดภูมิใจที่ประเทศชาติร่วมมือร่วมใจจนการแข่งขันออกมาประสบความสำเร็จ
"แน่นอนด้วยการที่ผมเป็นชาวอังกฤษ มันทำให้ผมรู้สึกภาคภูมิใจอย่างมากกับสิ่งที่เราทำในฐานะประเทศชาติกับโอลิมปิกครั้งที่ผ่านมา"
"ผมอยู่ในทีมรณรงค์ขอเป็นเจ้าภาพมาตั้งแต่เมื่อ 8 ปีก่อน และผมพูดตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่า เราจะแสดงโชว์ที่มหัศจรรย์ให้คนทั้งโลกเห็น และทำให้ทุกคนภาคภูมิใจ ซึ่งผมคิดว่าเราทำได้สำเร็จ"
"ขณะที่นักกีฬาของเราเองก็ยอดเยี่ยมมาก พวกเขามาเป็นอันดับ 3 ในตารางเหรียญรวม และผลงานของพวกเขาทำให้เราภูมิใจ" เบคแฮม กล่าว.
นักกีฬาโอลิมปิก 2012 ของไทย ยังเดินสายรับทรัพย์ไม่มีหยุด ล่าสุด "โอสถสภา" มอบเงินอัดฉีดเป็นกำลังใจให้ทัพนักกีฬาทุกคน รวมกับ 3 สมาคมที่ได้เหรียญรางวัลด้วย
24 ส.ค. คณะนักกีฬาโอลิมปิก 2012 ของไทย ซึ่งทำผลงานได้ 2 เหรียญเงิน จาก จ.ส.อ.แก้ว พงษ์ประยูร นักมวยสากลสมัครเล่น รุ่นไลท์ฟลายเวท น้ำหนัก 49 กิโลกรัมชาย และ "น้องแต้ว" พิมศิริ ศิริแก้ว นักยกน้ำหนัก รุ่น 58 กิโลกรัมหญิง และ 1 เหรียญทองแดง จาก "น้องเล็ก" ชนาธิป ซ้อนขำ เทควันโด รุ่นฟลายเวท 49 กิโลกรัมหญิง เดินทางไปร่วมงานแสดงความยินดีและมอบรางวัลแห่งความสำเร็จของบริษัท โอสถสภา จำกัด ที่ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 4 อาคาร 3
โดย บริษัท โอสถสภา จำกัด และเครื่องดื่ม เอ็ม-150 มี รัตน์ โอสถานุเคราะห์ ประธานกรรมการ บริษัทโอสถสภา พร้อมด้วย ธนา ไชยประสิทธิ์ รองประธานกรรมการบริหาร, ประธาน ไชยประสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส และผู้บริหารระดับอื่นให้การต้อนรับ ซึ่งมีอดีตฮีโร่โอลิมปิกแต่ละสมัยมาร่วมงานด้วย อาทิเช่น ทวี อัมพรมหา เหรียญเงิน 1984, ผจญ มูลสัน เหรียญทองแดง 1988, อาคม เฉ่งไล่ เหรียญทองแดง 1992, สมรักษ์ คำสิงห์ เหรียญทอง 1996, วิจารณ์ พลฤทธิ์ เหรียญทอง 2000, พรชัย ทองบุราณ เหรียญทองแดง 2000, เกษราภรณ์ สุตา เหรียญทองแดง 2000, อุดมพร พลศักดิ์ เหรียญทอง 2004, ปวีณา ทองสุก เหรียญทอง 2004, อารีย์ วิรัฐถาวร เหรียญทองแดง 2004, เยาวภา บุรพลชัย เหรียญทองแดง 2004 และ สุริยา ปราสาทหินพิมาย เหรียญทอแดง ปี 2004, ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล เหรียญทอง 2008 และ บุตรี เผือดผ่อง เหรียญเงิน 2008
จากนั้น โอสถสภาได้มอบเงินสด 1 ล้านบาท ให้กับ "น้องแต้ว" พิมศิริ ศิริแก้ว และ แก้ว พงษ์ประยูร 2 เหรียญเงิน จากเดิมกำหนดไว้ 5 แสนบาท เช่นเดียวกับ ชนาธิป ซ้อนขำ ได้รับเงิน 6 แสนบาท จากเดิม 3 แสนบาท ส่วนโค้ชจาก 3 สมาคมกีฬาได้รับเงินสมาคมละ 2 แสนบาท รวม 3 สมาคม 6 แสนบาท
นอกจากนี้ยังมีการมอบเงิน 2 แสนบาท ให้กับนักยกน้ำหนักที่ได้อันดับ 4 มี สิริวิมล ประมงคล, รัตติกาล กุลน้อย, จตุภูมิ ชินวงศ์ พร้อมด้วย เป็นเอก การะเกตุ นักเทควันโด ต่อด้วยแบดมินตัน 5 คน หญิงเดี่ยว รัชนก อินทนนท์, ชายคู่ บดินทร์ อิสระ-มณีพงศ์ จงจิตร ได้รับคนละ 1 แสนบาท ส่วน คู่ผสม สราลีย์ ทุ่งทองคำ-สุดเขต ประภากมล ได้รับเงิน 150,000 บาท เนื่องจากเข้าร่วมโอลิมปิก 4 สมัย และ 3 สมัยตามลำดับ
ส่วนนักกีฬาที่เข้าร่วมโอลิมปิก 3-4 สมัย ยังได้อีกคนละ 1 แสนบาท มี จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม ยิงปืน 4 สมัย, นันทนา คำวงศ์ เทเบิลเทนนิส 4 สมัย, นภาลัย ธารใส วินเซิร์ฟ 3 สมัย, เรือเอกหญิงพุทธรักษา นีกรี โรเดนเบิร์ก เรือพาย 3 สมัย, บุญศักดิ์ พลสนะ แบดมินตัน 4 สมัย ขณะที่รางวัลปลอบใจคนละ 50,000 บาท อีก 20 คน ได้แก่ วิทยา ทำว่อง ยิงธนู, ศุภนร ศุขสวัสดิ์ ณ อยุธยา กรีฑา กระโดดไกล, วนิดา บุญวรรณ์ กรีฑา กระโดดสูง, สายลม อาดี, ฉัตรชัย บุตรดี มวยสากล, แฮร์มัน ลุดวิก ฮุสไลน์ เรือพาย, จุฑาธิป มณีพันธ์ จักรยาน, ณีนา รุจิราภรณ์ ลีเกิ้น ล่ำซำ ขี่ม้า, กีระติ บัวลง เรือใบ, เอก บุญสวัสดิ์ วินด์เซิร์ฟ, ธันยาพร พฤกษากร และ ณภัสวรรณ หย่างไพบูลย์ ยิงปืน, สุธิยา จิวเฉลิมมิตร ยิงเป้าบิน, ณัชฐานันตร์ จันทร์กระจ่าง, ณัฐพงษ์ เกษอินทร์ ว่ายน้ำ, รังสิยา นิสัยสม เทควันโด, พนิดา คำศรี, พิทยา ตีบนอก, อรรถพล แด่งจันทึก ยกน้ำหนัก และ ธีรวัฒน์ หอมกลิ่น ยูโด รวมเงินอัดฉีดทั้งหมดประมาณ 6.1 ล้านบาท
สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง7 อัดฉีดเงินรางวัลนักกีฬาโอลิมปิกรวม 2.59 ล้านบาท โดยเหรียญเงิน 1 ล้านบาท และเหรียญทองแดง 5 แสนบาท ที่สตูดิโอ1 ช่อง7 เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา
เมื่อเวลา 18.00น. สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง7 โดยคุณศรัณย์ วิรุตมวงศ์ กรรมการผู้จัดการ เป็นประธานในพิธีมอบเงินรางวัลนักกีฬาไทยที่คว้าชัยในโอลิมปิก 2012 ที่สตูดิโอ1 ช่อง7สี พร้อมด้วยบรรดาดารานักแสดงช่อง7 และบรรดาสื่อมวลชนมาแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง
โดยคุณศรันย์ เผยว่า “ขอแสดงความยินดีกับแก้ว พงษ์ประยูร แต้ว พิมศิริ ศิริแก้ว และ เล็ก ชนาธิป ซ้อนขำ รวมถึงนักกีฬาคนอื่นๆทั้ง 37 รายที่ตั้งใจทำผลงานอย่างสุดความสามารถและทำให้คนไทยมีความสุข ถึงแม้ว่าจะพลาดเหรียญรางวัลก็ตาม แต่ก็ชนะใจคนไทยทั้งประเทศ”
“ทั้งนี้ด้วยนักกีฬาทั้งสามคนทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ทางช่อง7 จึงขอเพิ่มเงินรางวัล ให้กับแก้วพงษ์ประยูร และพิมศิริ ศิริแก้ว ซึ่งคว้าเหรียญเงิน คนละ 1 ล้านบาท ส่วนชนาธิป ซ้อนขำ ที่คว้าเหรียญทองแดงได้ 5 แสนบาท” บอสช่องเจ็ด กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ช่อง7 ได้มอบเงินสนับสนุนให้แก่นักกีฬาไทยทุกคนที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมการแข่งขันทั้ง 37 คนจาก 16 ชนิดกีฬา เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเตรียมตัวทั้งก่อนและในระหว่างการแข่งขัน คนละ 7 หมื่นบาทเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2.59 ล้านบาท
ลินดา อัลเดร็ด คุณยายชาวอังกฤษ ฝันค้าง หลังร้านรับพนันเมินจ่ายเงิน 1,000 ปอนด์ ที่ลงพนันชนะว่า หลานชาย "แซม โอลด์แฮม" จะคว้าเหรียญโอลิมปิกมาคล้องคอได้สำเร็จ หลังอ้างว่า คุณยายลงพนันว่าหลานชายจะได้เหรียญจากการแข่งขันประเภทบุคคล แต่ โอลด์แฮม กลับได้เหรียญทองแดงจากการแข่งขันยิมนาสติกประเภททีม...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 23 ส.ค. ลินดา อัลเดร็ด คุณยายชาวอังกฤษวัย 66 ปี ต้องพลาดโอกาสคว้าเงินรางวัล 1,000 ปอนด์ หรือเกือบ 50,000 บาทอย่างน่าเสียดาย หลังตัดสินใจวางพนันในร้านรับพนันอย่างถูกกฎหมายว่า หลานชายคือ แซม โอลด์แฮม นักยิมนาสติกทีมชาติสหราชอาณาจักร จะสามารถคว้าเหรียญใดเหรียญหนึ่งมาคล้องคอได้ในโอลิมปิกเกมส์ 2012 "ลอนดอนเกมส์" ครั้งที่ผ่านมา
โดยคุณยายอัลเดร็ด ลงพนันข้างหลานชาย ด้วยวงเงิน 5 ปอนด์ ที่อัตราแทง 1 จ่าย 200 ขณะที่เธอยอมรับว่า ในทีแรกที่วางพนันดังกล่าวเพราะต้องแค่การรำลึกถึงสามี เอริค ที่เสียชีวิตไปแล้วเท่านั้น เนื่องจากคุณตา เอริค ถือเป็นนักเสี่ยงโชคตัวยง ก่อนจะปรากกฏว่า โอลด์แฮม สามารถคว้าเหรียญโอลิมปิกมาคล้องคอได้จริงๆ ในยิมนาสติกประเภททีมชาย อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณยายอัลเดร็ดพยายามจะไปขึ้นเงินรางวัลดังกล่าว กลับถูกทางร้านรับพนันปฏิเสธ เนื่องจากอ้างว่าคุณยายได้ลงพนันในประเภทการแข่งขันเฉพาะบุคคล ไม่ใช่ประเภททีม
แซม โอลด์แฮม (ขวาสุด)
แซม โอลด์แฮม (ขวาสุด)
"ฉันคิดว่า มันเป็นความคิดที่ดีที่จะได้รำลึกถึง เอริค คุณตาของ แซม ที่ถือเป็นนักเสี่ยงโชคตัวยง ฉันและน้องสาวจึงตัดสินใจที่จะไปวางพนันด้วยกัน เราเองต่างไม่เคยไปร้านรับพนันมาก่อน จากนั้นเราจึงวางพนันฝั่ง แซม และพอออกมาจากร้าน ฉันพูดขึ้นว่าครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นเพื่อเอริค และฉันก็คิดแล้วว่า ฉันได้สูญเงิน 5 ปอนด์นั้นไปแล้ว"
"จากนั้นพอแซมได้เหรียญทองแดงขึ้นมาจริงๆ ฉันจึงกลับไปพยายามขึ้นเงินที่ร้าน แต่พวกเขาบอกว่า ฉันวางพนันในการแข่งขันประเภทบุคคลไว้ ไม่ใช่การแข่งขันประเภททีม ฉันจึงอึ้งมาก อย่างไรก็ตาม ฉันยินดีที่แซมชนะ ซึ่งมันสำคัญมากกว่าเงินรางวัลพวกนี้ เพียงแต่น่าเสียดายที่ฉันน่าจะได้นำเงินรางวัลที่ได้ไปซื้อตั๋วเพื่อดูหลานชายแข่งอีกครั้งในโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่บราซิล" คุณยายอัลเดร็ด กล่าว
ยูเซน โบลต์ สุดยอดลมกรดชาวจาเมกา แย้มอาจลองลงแข่งกรีฑาชนิดอื่นๆ อย่างเช่นกระโดดไกล ในโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่บราซิล จะเป็นเจ้าภาพ พร้อมยืนยันยังไม่คิดรีไทร์แน่นอน
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานวันที่ 23 ส.ค. ว่า “เจ้าสายฟ้าแลบ” ยูเซน โบลต์ สุดยอดลมกรดชาวจาเมกา เจ้าของ 3 เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2012 เปิดใจอาจลองลงแข่งกรีฑาชนิดอื่นๆ อย่างเช่น กระโดดไกล หรือวิ่ง 400 ม. ในโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่นครริโอเดอจาเนโร ของบราซิล จะเป็นเจ้าภาพในอีกสี่ปีข้างหน้า จากที่ในอดีตเคยมี คาร์ล ลูอิส นักวิ่งระดับตำนานชาวอเมริกัน ที่เคยผันตัวมาลงแข่งกระโดดไกลมาแล้วเช่นกัน
“มันก็แค่การสร้างเป้าหมายที่แตกต่างออกไป ผมมีอะไรมากมายที่อยากทำในวงการกีฬา”
“โค้ชของผมอยากให้ผมลงแข่ง 400 ม.ดูบ้าง แต่ผมอยากลองลงแข่งกระโดดไกลมากกว่า ในฐานะนักกีฬา ผมควรตั้งเป้าสถิติใหม่ของตัวเองอยู่เสมอ แม้มันจะเป็นอะไรที่แตกต่างออกไป แต่คงต้องรอหลังจบจบฤดูกาลนี้ไปก่อน เราถึงจะมาตัดสินใจกันอีกครั้งว่าจะทำอะไรต่อไปในฤดูกาลหน้า” เจ้าของสถิติโลกวิ่ง 100 ม.ด้วยเวลาแค่ 9.58 วินาที กล่าว
นอกจากนี้ โบลต์ วัย 26 ปี ยังยืนยันไม่มีแผนรีไทร์ในอนาคตอันใกล้นี้ และจะลงแข่งที่โอลิมปิกเกมส์ 2016 แน่นอน หากสภาพร่างกายยังเอื้ออำนวย “ใช่ ผมจะไปแข่งที่ริโอแน่ ตราบใดที่ผมยังฟิตพร้อมอยู่ ถึงแม้ด้วยสภาพร่างกายอาจจะทำให้มันยากขึ้น แต่เป้าหมายของผมยังคือการไปแข่งโอลิมปิก 2016 ให้ได้”