อิบราฮิม อเฟลลาย มิดฟิลด์ของ บาร์เซโลน่า ปฏิเสธไม่ย้ายไปร่วมทีม ลีลล์ เนื่องจากต้องการแสดงฝีเท้าสร้างความประทับใจให้กับ ตีโต้ บีลาโนบา กุนซือคนใหม่ จนได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องในซีซั่นหน้า
สื่อกีฬาเมืองน้ำหอม รายงานข่าว อิบราฮิม อเฟลลาย กองกลางทีมชาติฮอลแลนด์ของ บาร์เซโลน่า มหาอำนาจลูกหนังศึกลา ลีกา ตัดสินใจปฏิเสธโอกาสย้ายไปเล่นกับ ลีลล์ ทีมดังในลีก เอิง ถึงแม้ว่าทั้ง 2 ทีมจะบรรลุค่าตัวได้แล้วที่ 8 ล้านยูโร (ราว 320 ล้านบาท) ก็ตาม
ลีลล์ วางตัว อเฟลลาย ไว้สำหรับการเป็นตัวแทนของ เอแด็น อาซาร์ เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติเบลเยียม ที่เพิ่งย้ายร่วมทีม เชลซี ยักษ์ใหญ่เวทีพรีเมียร์ลีก โดยพวกเขายื่นข้อเสนอมูลค่า 8 ล้านยูโร (ราว 320 ล้านบาท) ซึ่งได้รับการตอบตกลงจากทาง บาร์เซโลน่า เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ดี ข่าวบอกว่า ดาวเตะวัย 26 ปี ปฏิเสธข้อเสนอ ลีลล์ เนื่องจากต้องการค้าแข้งกับ "เจ้าบุญทุ่ม" ต่อไปก่อน เนื่องจากหวังว่าจะสามารถโชว์ฝีเท้าเอาชนะใจ ตีโต้ บีลาโนบา เทรนเนอร์คนใหม่ของ บาร์เซโลน่า เพื่อที่จะได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องและพาทีมประสบความสำเร็จในอนาคต หลังจากเจ้าตัวได้ลงเล่นเพียงแค่ 5 เกมเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา จนทำให้หลุดโผทีมชาติฮอลแลนด์ชุดลุยศึก ยูโร 2012 ที่ผ่านมา
สื่อเยอรมันเล่นข่าว แวร์เดอร์ เบรเมนได้ยื่นข้อเสนอให้ยูเวนตุสพิจารณาปล่อยตัวเอจเจโร่ เอเลียปีกก้นด้านมาให้กับพวกเขาแล้ว
อดีตปีกของฮัมบวร์กย้ายไปอยู่กับ"เบียงโคเนรี่"ด้วยค่าตัว 9 ล้่านยูโรเมื่อซัมมเอร์ก่อนแต่การเซ็นสัญญานี้เกิดขึ้นก่อนที่อันโตนิโอ คอนเต้จะเข้ามารับงานคุมทีม
คอนเต้นั้นไม่ค่อยเลือกส่งแข้งวัย 25 ปีลงสนามเท่าไหร่นักโดยได้เล่นเกมลีกไปเพียงแค่ 4 เกมเท่านั้นทำให้เอเลียจะย้ายออกจากทีมไปโดยมีหลายสโมสรต้องการตัว
โดย บิลด์ สื่อพี่บิ๊กของเยอรมัน รายงานว่าทางเบรเมนได้เดินหน้ายื่นข้อเสนอจำนวน 7.5 ล้านยูโรให้"ม้าลาย"ยอมปล่อยตัวเอเลียออกมาแล้วซึ่งพวกเขาก็น่าจะยอมเช่นเดียวกันเพื่อนำเงินส่วนนั้นมาสมทบทุนซื้่อตัวและหวังว่าการซื้อขายจะเสร็จสิ้นโดยไว
เอเลียนั้นประสบความสำเร็จในการค้าแข้งที่บุนเดสลีก้ามาทั้ง 2 ฤดูกาลก่อนจะย้ายไปอิตาลีและโทมัส ชาฟกุนซือของเบรเมนก็เชื่อว่าเอเลียจะกลับมามีอาชีพค้าแข้งที่ดีได้อีกครั้ง
บิเซนเต เดล บอสเก บิ๊กบอสหน้าหนวดของทีมชาติสเปนยกย่องว่านักเตะชุดนี้คือชุดที่ดีที่สุดของวงการฟุตบอลสเปน หลังจากไล่ต้อนอิตาลี 4-0 และสร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์เมเจอร์ 3 รายการติด เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
เกมชิงชนะเลิศยูโร 2012 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.ค. สเปน ที่เป็นฝ่ายครองเกมเหนือกว่าชัดเจนและไล่ยิงพลพรรค "อัซซูรี" ที่ต้องโชคร้ายเล่น 10 คนในช่วงท้ายเกมเนื่องจากมีผู้เล่นเจ็บ จนเอาชนะไปได้ 4-0 กลายเป็นทีมแรกที่สร้างประวัติศาสตร์มากมายไล่ตั้งแต่ป้องกันแชมป์ยูโรได้สำเร็จ และคว้าแชมป์รายการระดับชาติ 3 ทัวร์นาเมนต์ซ้อนนับตั้งแต่ยูโร 2008, ฟุตบอลโลก 2010 และล่าสุดยูโร 2012
หลังจบเกม บิเซนเต เดล บอสเก ออกมายกย่องผู้เล่นแกนหลักของทีม อย่าง อิเคร์ คาซึยาส, ชาบี เอนานเดซ และ อันเดรียส อิเนียสตา ที่มีส่วนสำคัญในการบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ครั้งนี้ โดยชี้ว่าจะเป็นยุคที่ดีที่สุดของวงการฟุตบอล
"เรากำลังพูดถึงยุคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการฟุตบอล พวกเขามีพื้นฐานรู้วิธีการเล่นด้วยกันอย่างดีเพราะว่าเติบโตมาจากประเทศที่ให้ความรู้เรื่องฟุตบอลอย่างถูกต้องเราทำงานของเราได้ดี ถึงตอนนี้เรามีนักเตะเก่งบางคนไปเล่นนอกประเทศ ซึ่งไม่เคยเป็นมาก่อน"
"นี่คือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่สำหรับการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการลูกหนังสเปน และตอนนี้เราเริ่มมองถึงศึกฟุตบอลโลกปี 2014 ที่บราซิล ซึ่งพวกเราจะต้องพยายามรักษามาตรฐานนี้เอาไว้ให้ได้" นายใหญ่ชาวสเปน กล่าว
สำหรับการคว้าแชมป์ยูโร 2012 ครั้งนี้ส่งผลให้พลพรรค "กระทิงดุ" กลายเป็นชาติที่ก้าวขึ้นมาครองแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปสูงสุดที่ 3 สมัยเท่ากับทีมชาติ เยอรมนี
เซซาเร ปรันเดลลี กุนซือทีมชาติอิตาลี ออกมาชื่นชมลูกทีมที่สู้ด้วยหัวใจแม้ต้องเล่น 10 คนช่วงท้ายในเกมรอบชิงชนะเลิศที่แพ้ สเปน 0-4 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และเชื่อว่าประสบการณ์ครั้งนี้จะช่วยให้ มาริโอ บาโลเตลลี หัวหอกตัวเก่งแข็งแกร่งขึ้นในอนาคต
"อัซซูรี" ตกเป็นรองทีมเต็ง 1 สเปน อย่างรวดเร็ว ในเกมรอบชิงชนะเลิศยูโร 2012 หลังถูก ดาบิด ซิลบา โหม่งประตูขึ้นนำตั้งแต่นาที 14 ก่อนจะมาเสียลูกที่ 2 ช่วงท้ายครึ่งแรก โดยเกมในครึ่งหลัง อิตาลี ที่ต้องพยายามเปิดเกมบุกใส่ต้องเล่นเพียงแค่ 10 คนในสนามหลังจาก ติอาโก มอตตา มิดฟิลด์จอมขยันเกิดเจ็บและใช้โควตาตัวสำรองไปครบแล้ว ทำให้ต้องเล่น 10 คนในช่วงที่เหลือและแพ้ไปในที่สุด 4-0
โดย เซซาเร ปรันเดลลี นายใหญ่ชาวอิตาเลียนออกมากล่าวยกย่องลูกทีมว่าเล่นกันได้อย่างเต็มที่แล้ว แม้สกอร์ที่ออกมาจะเป็นทีมมักโรนีที่แพ้อย่างขาดลอย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะสเปนมีสภาพร่างการที่ฟิตมากกว่า และยังเชื่อว่าประสบการณ์ในแมตช์สำคัญนี้จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้ บาโลเตลลี ดาวเตะสายเลือดใหม่ของอิตาลีได้เป็นอย่างดี
"คุณสามารถพูดได้เลยว่าร่างการของพวกเขาสดกว่า เราแทบจะไม่มีเวลาพักฟื้นเลยโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เล่นในเกมวันนี้ และมันเป็นเรื่องยากมากที่กลับมาลงเล่นหลังถูกนำไป 2-0 เราพบคู่ต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมพวกเขาเพิ่งเป็นแชมป์โลกมา แน่นอนเมื่อคุณลงไปเล่นแค่ 10 คนมันแทบจะจบแล้ว"
"ผมบอกกับ มาริโอ ว่านี่จะเป็นประสบการณ์ที่ดีและต้องยอมรับมันให้ได้ คุณต้องไปจับมือกับคู่แข่งที่ทำได้ดีกว่าและยอมรับในความพ่ายแพ้นี้ แต่คุณต้องแน่ใจด้วยว่าสิ่งนี่จะช่วยให้ก้าวต่อไปข้าวหน้าซึ่งประสบการณ์จะช่วยให้เป็นผู้ใหญ่ขึ้น สิ่งเหล่านี้เกิดมาแล้วกับผู้เล่นหลายคน และมันก็จะเกิดขึ้นอีกโลกของกีฬาก็เป็นแบบนี้" ปรันเดลลี ร่ายยาว
อาร์แซน เวนเกอร์ นายใหญ่ชาวเมืองน้ำหอมของ อาร์เซน่อล ยืนยันตนเองไม่มีความคิดจะย้ายไปรับงานคุมทีมชาติฝรั่งเศสแทนที่ โลรองต์ บลองก์ กุนซือคนปัจจุบันที่ตัดสินใจไม่ขอต่อสัญญากับทีม "ตราไก่" ออกไป หลังพาทีมตกรอบยูโร 2012
บิ๊กบอส "เดอะกันเนอร์ส" อยู่ในสนใจของสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส (เอฟเอฟเอฟ) และมีความเป็นไปได้มากที่สุดในการเข้ามารับงานคุมทีมชาติ ต่อจาก โลรองต์ บลองก์ อดีตกุนซือ บอร์กโดซ์ ที่กำลังจะหมดสัญญากับ "ตราไก่" แชะตัดสินใจประกาศไม่ขอต่อสัญญาออกไป
ขณะที่ เวนเกอร์ กุนซือที่นั่งเก้าอี้นายใหญ่ในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดียม มายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร ทว่าผลงานในช่วงหลังไม่มีถ้วยรางวัลติดมือมานาน และต้องขายนักเตะสำคัญออกอย่างต่อเนื่อง ยังยืนไม่สนใจตำแหน่งเทรนเนอร์ทีมชาติบ้านเกิด ขอมุ่งมั่นกับ อาร์เซนอล ต่อไป
"มีกุนซืออีกหลายคนที่พวกเขาสนใจ แต่สำหรับผมกำลังยุ่งมากๆ กับปืนใหญ่ และสัญญาของผมกับสโมสรนี้ก็ยังเหลืออีกตั้ง 2 ปี" เวนเกอร์ กล่าวผ่าน "เทเลฟุต"
นอกจากนี้ สหพันธ์ลูกหนังเมืองน้ำหอมยังเล็งผู้จัดการทีมชื่อดังรายอื่นๆ ไว้อีกหลายคน เช่น ปอล เลอ กูเอน, หลุย เฟร์นานเดซ และ คนบ้านใกล้เรือนเคียงอย่าง ดิดิเยร์ เดชช็องส์ กุนซือทีม โอลิมปิก มาร์กเซย เพื่อมาแทนที่ บลองก์ ไว้สำรองด้วย
รุด กุลลิท เปิดเผยว่า ตนเองต้องการเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติ เนเธอร์แลนด์ แทนที่ เบิร์ต ฟาน มาร์ไวจ์ก ซึ่งประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังจากล้มเหลวในการทำศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2012
อดีตกุนซือของ เชลซี เคยเป็นกัปตันทีม “อัศวินสีส้ม” ชุดคว้าแชมปยูโร 88 ที่ประเทศเยอรมนี กำลังว่างงานและเชื่อมั่นว่า ตนเองจะสามารถเข้ามาพลิกชะตาของทีมจากแดนกังหันลม ถ้าหากสมาคมฟุตบอลของ เนเธอร์แลนด์ ติดต่อเข้ามา
อดีตนักเตะหัวงูเก็งกอง กล่าวว่า “ถ้าพวกเขาติดต่อผมสัปดาห์นี้ ผมจะรู้สึกเป็นเกียรติมากที่จะได้รับงานนี้ ผมรู้ว่า ผมสามารถทำได้ ผมอาจไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ในฐานะผู้จัดการทีม แต่ผู้คนมักลืมไปว่า ผมก็คว้าแชมป์หลายรายการเช่นกัน ในฐานะผู้เล่นและผู้จัดการทีม”
นอกจาก เจ้าของปรัชญา “เซ็กซี ฟุตบอล” แล้ว ยังมีกุนซือคนอื่นๆ อย่าง กุส ฮิดดิงก์ ซึ่งคุมทีม อันชิ มาคัชคาลา ของรัสเซีย และ โรนัลด์ คูมัน ก็ยังมีสัญญาอยู่กับ เฟเยนูร์ด และทั้งคู่ก็ตอบปฏิเสธไปเรียบร้อยแล้ว
สตีเวน เจอร์ราร์ด ออกโรงปกป้อง เวย์น รูนีย์ โดยระบุไม่ยุติธรรมที่จะกล่าวโทษกองหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่า เป็นสาเหตุทำให้ทีมชาติอังกฤษไม่ประสบความสำเร็จในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป (ยูโร) 2012 ชี้เป็นเพราะความคาดหวังที่สูงและนักเตะทุกคนในทีมสมควรร่วมรับผิดชอบ
รูนีย์ กลับมาลงสนามช่วย อังกฤษ ในเกมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ศึกยูโร 2012 เนื่องจากต้องชดใช้โทษแบน 2 นัด แม้ยิงประตูให้ทีมของ รอย ฮอดจ์สัน เอาชนะ ยูเครน แต่ผลงานโดยรวมไม่ดีนัก เช่นเดียวกับเกมที่พ่ายจุดโทษต่อ อิตาลี จนตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย
ความล้มเหลวอีกครั้งของ “สิงโตคำราม” มีบางส่วนตำหนิ รูนีย์ แต่ล่าสุด เจอร์ราร์ด ในฐานะกัปตันทีมปกป้องดาวยิงร่างอวบ ว่า “ผมคิดเรื่องนั้นตั้งแต่ที่ เวย์น ยังลงเล่นไม่ได้แล้ว เพราะการเล่นของเขาในยูโรปี 2004 ทำให้เกิดความคาดหวังว่าเขาจะช่วยให้ทีมชนะเกมต่างๆ ในทัวร์นาเมนต์ด้วยตัวเขาเอง แต่ผมคิดว่านั้นไม่ยุติธรรม”
“โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อผลการแข่งขันที่ออกมาไม่เป็นดังหวัง ผู้คนก็ชี้นิ้วมาที่ เวย์น พร้อมกับตำหนิเขา ไม่ยุติธรรมเลยถ้ามองว่า เวย์น เล่นไม่ดี เป็นเหตุให้ทีมไม่ชนะ ผู้เล่นทั้ง 23 คนควรรับผิดชอบ” มิดฟิลด์ลิเวอร์พูล กล่าวต่อ “ผมเคยพูดหลายครั้งหลายหนแล้วว่าในเกมระดับนี้ สิ่งสำคัญที่สุด คือ อย่าคาดหวังและความกลัว ดังนั้น มันปกติที่ เวย์น เล่นไม่ออก เพราะความคาดหวังของทุกคนและต้องการให้เขาเล่นดี”
จานลุยจิ บุฟฟ่อน นายทวารจอมหนึบ ยูเวนตุส รับสู้ สเปน คู่แข่งในนัดชิงดำ ศึกยูโร 2012 ไม่ได้เลย จนโดนถล่มยับเยิน 4-0 พร้อมขอบคุณแฟนบอลชาติบ้านเกิด ที่ไม่เคยทอดทิ้งกัน
บุฟฟ่อน ยอมรับว่า ต้านทานความแข็งแกร่งของ สเปน ในรอบชิงชนะเลิศ ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 'ยูโร 2012' ที่สนาม โอลิมปิก สเตเดี้ยม กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ไม่ไหวจริงๆ ส่งผลให้แพ้ไปเละเทะ 0-4
เกมนี้ 'กระทิงดุ' เป็นต่อ 'อัซซูรี่' อย่างชัดเจน โดย ดาบิด ซิลบา ประเดิมประตูแรกในนาทีที่ 14 ตามมาด้วยประตูที่ 2 ในนาทีที่ 41 จากผลงานของ ฆอร์ดี้ อัลบา ส่วนครึ่งหลัง ทีมของกุนซือ บิเซนเต้ เดล บอสเก้ ยังคงครองความเหนือชั้นเอาไว้ได้ และบวกเพิ่มอีก 2 ประตูจากฝีเท้าของ เฟร์นานโด ตอร์เรส กับ ฆวน มาต้า ในนาทีที่ 84 และ 88 ตามลำดับ
จบเกม นายด่านวัย 34 ปี กล่าวว่า 'ผมรู้สึกว่า เกมกับ เยอรมนี เหมือนเป็นเกมนัดชิงเลย แต่ในคืนนี้เราทำอะไรไม่ได้เลย พวกเขาเหนือกว่าเรามากเกินไป ดังนั้นเราจึงควรเสียใจให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เมื่อคุณเจอกับทีมที่แข็งแกร่ง และไร้เทียมทานแบบนี้ คุณสามารถยอมรับความพ่ายแพ้ได้ง่ายขึ้น เรามีทัวร์นาเมนต์อันยอดเยี่ยม มันเป็นการเดินทางที่น่าทึ่ง และแน่นอนว่า คุณอยากได้ชัยชนะในนัดชิงฯ แต่ที่นี่คุณเจอกับทีมที่อยู่ในระดับเดียวกัน คืนนี้เราเจอกับทีมที่ประเมินค่าไม่ได้'
'เราขอขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่เห็นใจเรา เพราะพวกเขาไม่เคยทอดทิ้งเรา มันทำให้เราภาคภูมิใจที่ให้ความรู้สึกแบบนั้นกับพวกเขา ตอนที่คุณเจอกับทีมที่แกร่งกว่าคุณ คุณต้องชื่นชมพวกเขา ทีมชาติอิตาลีเป็นของทุกๆ คน นี่เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้ทีมกลับมามีชีวิตชีวา และนำความสุขใจกลับมาสู่บ้านของแฟนๆ' จอมหนึบสังกัด ยูเวนตุส กล่าวทิ้งท้าย
ฆอร์ดี้ อัลบา ฟูลแบ็ก บาร์เซโลน่า หน้าบาน มีส่วนช่วย สเปน ไล่ถลุง อิตาลี 4-0 ในรอบชิงฯ ศึกยูโร 2012 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา รับการได้มีชื่อยิงประตูในแมตช์สำคัญอย่างนี้ ถือเป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจอย่างแท้จริง
อัลบา กล่าวอย่างมีความสุข หลังช่วยทัพ 'กระทิงดุ' ถล่ม อิตาลี 4-0 คว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 'ยูโร 2012' ที่สนาม โอลิมปิก สเตเดี้ยม กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
ทัพ 'กระทิงดุ' มามุกเดิม เล่นแบบไม่มีกองหน้า แต่ประสิทธิภาพเหลือล้น และได้ประตูนำตั้งแต่นาทีที่ 14 จากการโหม่งของ ดาบิด ซิลบา จากนั้นก่อนหมดครึ่งแรก 4 นาที อัลบา จัดการบวกประตูที่ 2 ครึ่งหลังสถานการณ์ของ อิตาลี ยังไม่ดีขึ้น โดน 'กระทิงดุ' ขึงเกมตลอด และมีโอกาสได้ประตูเพิ่มแต่ยังทำไม่ได้ จากนั้นสถานการณ์ของทัพ 'อัซซูรี่' ต้องแย่เข้าไปอีกเมื่อ ติอาโก้ ม็อตต้า ที่เพิ่งถูกเปลี่ยนตัวลงมาเล่นได้แค่ไม่กี่นาทีก็เกิดอาการบาดเจ็บ จนถูกหามออกจากสนาม และ อิตาลี ต้องเล่นแค่ 10 คน เนื่องจากเปลี่ยนตัวครบ 3 คนแล้ว โดยช่วงที่เหลืออยู่ อิตาลี โดนยำใหญ่ และสุดท้ายทำนบแตกในนาทีที่ 84 เมื่อ เฟร์นานโด ตอร์เรส ตัวสำรองอดทน ซัดประตูที่ 3 ก่อนที่ 'เอล นินโญ่' จะถวายพานให้ ฆวน มาต้า ยิงประตูปิดท้าย
สำหรับชัยชนะของ สเปน ทำให้พวกเขาเป็นชาติแรกที่ป้องกันแชมป์ยูโร ได้สำเร็จ รวมทั้งมีสถิติครองแชมป์รายการนี้ 3 สมัย เท่ากับ เยอรมนี (เยอรมันตะวันตก 2 สมัย) และยังเป็นชาติแรกที่คว้า 3 แชมป์ระดับชาติ (ยูโร 2008, ฟุตบอลโลก 2010 และ ยูโร 2012) นอกจากนี้แมตช์ดังกล่าวยังเป็นเกมคู่ชิงชนะเลิศที่มีผลการแข่งขันขาดลอยที่สุด
อัลบา ซึ่งจะย้ายไปค้าแข้งกับ บาร์เซโลน่า ในฤดูกาลหน้า เปิดใจหลังจบแมตช์ว่า 'เพื่อนร่วมทีมของผมได้ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์มาก่อน และตอนนี้ผมได้ทำสิ่งเหล่านี้ร่วมกับพวกเขาในการทัวร์นาเมนต์ ยูโร ครั้งแรกของผม ผมแทบไม่อยากเชื่อเรื่องนี้เลย แต่มันค่อยๆ ซึมซับทีละนิด ผมบอกกับเพื่อนๆ และครอบครัวของผมว่า ผมยิงประตูได้ในคืนนี้ และนั่นเป็นแนวทางที่สุดยอด'
โยฮัน ครัฟฟ์ ตำนานนักเตะชาวดัตช์ เชื่อรูปแบบการเล่นของ สเปน ที่เน้นต่อบอลเป็นหลักจนคว้าแชมป์และทำลายสถิติเป็นว่าเล่น มาจากระบบการเล่นของบาร์เซโลน่า ยอดทีมจากลา ลีกา สเปนนั่นเอง
ครัฟฟ์ เผยว่าสไตล์การเล่นของ 'กระทิงดุ' สเปน ที่เน้นส่งบอลเร็วสั้นๆ จังหวะเดียว หรือสองจังหวะเป็นหลัก ที่เรียกว่า 'ติกิ-ตาก้า' (Tiki-TaKa) นั้น เลียนแบบ 'เจ้าบุญทุ่ม' บาร์เซโลน่า ที่เน้นการเล่นแบบนี้มาตลอด
สเปน โดนวิจารณ์อย่างหนักจากการเล่นสไตล์ ติกิ-ตาก้า จนทำให้หลายคนมองว่าเป็นแท็คติกที่น่าเบื่อ อย่างไรก็ตาม การเล่นแบบนี้ทำให้ 'กระทิงดุ' เหนือกว่าทีมคู่แข่งอย่างมาก โดย ครัฟฟ์ มองว่า บาร์ซ่า ควรจะได้รับเครดิตกับสไตล์การเล่นที่เหนือชั้นแบบนี้
อดีตแข้งเจ้าของฉายา 'นักเตะเทวดา' กล่าวว่า 'ก่อนหน้านี้ไม่มีใครรุ้ว่า สเปน เล่นสไตล์แบบไหน แต่การมี ชาบี (เอร์นานเดซ) และนักเตะคนอื่นๆ แบบเขา พวกเขาถึงได้มีสไตล์เป็นของตัวเอง ต้นกำเนิดการเล่นแบบนี้มาจากแนวคิด และปรัชญาของ บาร์เซโลน่า พร้อมกับแนวคิดการเล่นต่อบอลอย่างต่อเนื่อง'
นอกจากนี้ อดีตนักเตะและเทรนเนอร์ บาร์เซโลน่า เชื่อว่าวงการฟุตบอลอิตาลีมีแนวคิดในการเล่นที่สร้างสรรค์มากขึ้น แต่ค้านหัวชนฝาว่าสไตล์การเล่นของ บาร์ซ่า พัฒนามาจากแนวทางการเล่นของทัพมะกะโรนี 'สเปน และ อิตาลี มีการเล่นบอลที่สร้างสรรค์มากขึ้น ปรัชญาเหล่านี้ถูกปลูกฝังมาหลายปีก่อนใน สเปน แต่ที่ อิตาลี ถือเป็นเรื่องใหม่ พวกเขาเคยชินกับการเล่นแบบคาเตนัชโช่ (เน้นการเล่นตั้งรับ) นั่นเพราะโค้ชพวกเขาอยากเล่นแบบนี้'